สร้างธุรกิจหลักล้าน ด้วยเวลาว่างหลังงานประจำ

บางคนคิดว่าต้องลาออกจากงานประจำมาเพื่อทำธุรกิจ หรือต้องมีเงินทุนมากพอ (หลักแสนถึงหลักล้านบาท) จึงจะเริ่มทำธุรกิจได้…ก็ถูกส่วนหนึ่งนะครับ…

แต่คุณสามารถเริ่มธุรกิจได้เลย ถ้าคุณต้องการ

เรื่องนี้แทบไม่ต้องมีข้ออ้างในการเริ่มทำ คุณมีไอเดียโน่น นั่น นี่ อยากเปิดตัดขนสุนัข รับฝากเลี้ยงสุนัข พร้อม ๆ กับขายอาหารและอุปกรณ์เสริมเกี่ยวกับสุนัข…

คำถามคือ…

วันนี้คุณได้ลงมือทำอะไรบางอย่างแล้วหรือยัง เพื่อสานฝันการเป็น “เจ้าของกิจการ” หรือว่ามันเป็นแค่ฝันลม ๆ แล้ง ที่แกล้งฝันไปงั้น ๆ ลงมือทำจริงไม่ได้…

ผมรู้คุณกำลังอ้างและค้านอยู่ในใจ..ไม่เป็นผม คุณไม่รู้หรอกว่ามันลำบากแค่ไหน ไม่รู้หรอกว่าการไม่มีเงิน มันเป็นไง การเริ่มอะไรซักอย่างที่มีคนคัดค้านตลอดเวลา

  • ไม่มั่นใจในสิ่งที่กำลังทำ
  • ไม่มีความรู้
  • ไม่มีเวลา
  • บลา ๆ ๆ

แน่นอนผมไม่มีทางรู้อยู่แล้วว่าเป็นคุณรู้สึกอย่างไร แต่ปัญหาเหล่านั้นแก้ได้ด้วยการ “ลงมือทำเดี๋ยวนี้” เอาซักทีเถอะ จะทำอะไรก็เริ่มเลย

เริ่มเรียนรู้เรื่องที่อยากทำหรือยัง?

หากผมถามว่าร้านกาแฟ หรือธุรกิจที่คุณกำลังจะเปิด มีไอเดียว่าจะเปิด ต้องใช้เงินเท่าไหร่เพื่อเริ่มต้น? หากคุณตอบได้ แสดงว่าคุณได้ลงมือทำบางอย่างแล้ว อย่างเช่น หาข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจหรือสิ่งที่คุณจะทำ เริ่มเข้าเรียนคอร์สพิเศษเกี่ยวกับธุรกิจแล้ว

แต่ถ้ายังตอบไม่ได้ แสดงว่าฝัน ยังเป็นฝันลม ๆ อยู่นะครับ 

เพราะผมเห็นตัวอย่างของเจ้าของกิจการหลายคนที่ผมรู้จัก เริ่มต้นจากทำควบคู่งานประจำเลยนะ ไม่มีเงิน ไม่มีความรู้ ไม่มีเวลา มันไม่เป็นอุปสรรคของเขาเหล่านั้นเลยเพราะเขารู้ว่าตัวเองอยากอะไร และเขาต้องการมันจริง ๆ เขาจึงลงมือทำ สำเร็จหรือไม่สำเร็จก็เป็นอีกเรื่อง

เอาเป็นว่า เราเริ่มทำอะไรบางอย่างได้ ด้วยการทำในเดี๋ยวนี้ ทำมันจาก “เศษเวลา” ของคุณนี่แหละ คุณสามารถใช้เวลา 4-6ชั่วโมง ต่อสัปดาห์เริ่มธุรกิจที่อนาคตจะเป็นธุรกิจได้แน่นอน

อธิบายเรื่องเศษเวลาก่อน

เศษเวลา คือ เวลาเหลือ ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรในแต่ละวัน มาเริ่มทำสิ่งใหม่ มาเริ่มหารายได้จากธุรกิจใหม่ ๆ ที่คุณทำอยู่แล้ว

  • เวลาหลังเลิกงาน
  • เสาร์ – อาทิตย์

อย่ากังวลขนาดนั้น ว่าเลิกงานมาแล้วต้องการพักผ่อน เสาร์-อาทิตย์ เป็นวันครอบครัว ผมบอกว่าคุณใช้เวลาแค่ 4-6 ชั่วโมงมาเพื่อเริ่มต้นทำบางอย่าง จริง ๆ แล้ว มันเฉลี่ยแค่วันละ 30 นาทีเท่านั้นเอง เวลาแค่นี้มันเหลือเฝือสำหรับการเริ่มทำบางอย่าง 

เวลาว่างสร้างเงินล้าน

คุณแทบไม่ต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ เพราะสิงที่ผมแนะนำให้ทำคือ ทำในสิ่งที่คุณทำเป็นและมีความสามารถอยู่แล้ว โดยเพิ่มแค่บางอย่างเพื่อทำให้คนอื่นรู้ว่าคุณกำลังทำอะไร และทำไมเขาให้เงินกับคุณ เรียกง่าย ๆ ว่าทำการตลาดเพื่อให้คนรู้ นั่นเอง  (ดูเนื้อหา ตอนท้ายบทความ)

เอาเป็นว่าขอยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้นว่าคุณสามารถลงมือทำอะไรบางอย่างเพื่อเพิ่มรายได้ หรือสร้างธุรกิจจากที่คุณรู้ได้เลย ดังนี้

1.ลงแรง

แปลแบบตรงตัวเลย คือเอาแรงงาน ความสามารถของเราแลกกับเงินของผู้ว่าจ้าง ลูกค้า หมายรวมถึงคนที่จ้างเรานั่นแหละ งานแบบนี้ค่อนข้างใช้แรงเยอะหน่อย มักเป็นทักษะส่วนตัวที่คุณมี ค่าตอบแทนก็ขึ้นอยู่กับงานที่คุณทำนั้นมีมูลค่ามากน้อยแค่ไหน

หรือโดยปกติแล้วราคาในตลาดแรงงานเท่าไหร่ ก็คิดไปตามนั้น ทั้งนี้หมายถึงคุณต้องสามารถทำสิ่งนั้นได้ดีด้วยนะ ถึงจะมีคนจ้างคุณ แต่เวลาของคุณมีจำกัด ดังนั้นงานที่คุณจะทำได้นั้น ต้องเป็นงานนอก หรือฟรีแล้นซ์เท่านั้น ซึ่งมันมีงานเยอะมาก แทบทุกงานสามารถกลายเป็นงานทำนอกเวลาได้ทั้งนั้น

  • รับเขียนบทความ
  • รับซ่อมบ้าน
  • รับสอนหนังสือ
  • ต่อเติมบ้าน
  • ออกแบบจัดสวน
  • ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • รับจ้างส่งของ
  • ออกแบบเว็บไซต์
  • ทำบัญชี
  • ทำการตลาดออนไลน์
  • ดูแลแฟนเพจ
  • ดูแลเด็ก
  • ฯลฯ

การลงแรงเป็นงานที่เหนื่อยอยู่พอสมควร หากอยากเหนื่อยน้อยลง แต่ได้เงินเท่าเดิมหรือมากขึ้น ผมแนะนำว่า…

เมื่อคุณได้ทำไปซักพักหนึ่ง คุณจะมีฐานลูกค้าที่มากขึ้น หากคุณผลงานดี จะมีคนบอกต่อ และเมื่อมีลูกค้าเข้ามามาก ปัญหาที่ตามมาก็คือ มีเวลาไม่พอสำหรับทำงานเหล่านั้น แต่จะออกมารับแบบเต็มตัวก็ยังมีความเสี่ยงที่อาจไม่มีงานต่อเนื่อง

หรือยังไม่มั่นใจว่าจะออกมาทำธุรกิจนี้อย่างจริงจัง ผมแนะนำให้คุณทำหน้าที่เป็น “ผู้จัดการฟรีแล้นซ์” คือรับงานจากลูกค้ามาแล้ว ส่งงานต่อให้ฟรีแล้นซ์คนอื่นที่รู้จักกัน ให้ทำงานชิ้นนั้น โดยที่ก่อนสั่งงานให้ให้ลูกค้าคุณก็ตรวจงานก่อนว่าตรงตามความต้องการของลูกค้าหรือเปล่า หากลูกค้าต้องการแก้ คุณสามารส่งงานนั้นไปให้คนรับงานแก้ หรือคุณสามารถแก้ได้ด้วยตัวเอง เพราะคุณทำเป็นอยู่แล้ว

หน้าที่คือเป็นนายหน้าฟรีแล้นซ์ ลงแรงน้อยหน่อย แต่เพิ่มการพูดคุย บรีฟงานจากลูกค้า ส่งต่องานให้ฟรีแล้นซ์ ตรวจงานที่ทำเสร็จแล้วก่อนส่ง

ข้อควรระวังคือ อย่ารับงานที่คุณไม่ชำนาญหรืออยู่นอกเหนือความเข้าใจงานนั้น ๆ อย่างถ่องแท้ของคุณ เพราะคุณอาจจะส่งงานไปให้ลูกค้าโดยที่คุณไม่รู้ว่างานนั้นดีหรือไม่ดีอย่างไร

2.ที่ปรึกษา

ความรู้ ความชำนาญของคุณคืออะไร มันช่วยคนอื่นได้ไหม ทั้งความเชี่ยวชาญในงานที่คุณทำอยู่ หรือแม้แต่ความชำชองในงานอดิเรกที่ทำเวลาว่าง เหล่านี้ก็สามารถให้คำปรึกษาคนอื่นได้ โดยสามารถทำเงินผ่านหลากหลายช่องทาง ตั้งแต่ความเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ จนถึงความรู้ที่ช่วยให้คนอื่นทำเงินได้

ที่ปรึกษาส่วนตัว

สังเกตไหมว่าตอนเด็ก ๆ เรามักมีเพื่อนมาขอคำปรึกษาจากเราเสมอ ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน หรือเรื่องเล่น ทั้งเรื่องการบ้าน หรือเรื่องเล่นเกมส์ และในกลุ่มเพื่อนของเรา มักมีบางคนที่เก่งเรื่องเรียน เก่งเลข บางคนเก่งวาดรูป วาดรูปสวย

เมื่อมีการบ้านในวิชานั้น ๆ เราจะไปปรึกษาและขอความช่วยเหลือ จากเพื่อนที่มีความสามารถแตกต่างกัน

ทักษะเหล่านั้น ไม่ทำเงินนะในตอนเด็ก เพราะเราขอเงินจากพ่อแม่ได้ เราจึงไม่มีปัญหาเรื่องเงิน หรือต้องการเงินมากมายไปทำไม เราต้องการเพื่อน ต้องการเล่นสนุกมากกว่า

แต่เมื่อโตขึ้นทักษะหลายอย่างของเราที่สะสมมาตั้งแต่สมัยเรียน จนถึงวัยทำงาน

ทักษะเหล่านั้นสามารถสร้างมูลค่าให้กับคนอื่นได้ และได้รับค่าตอบแทนจากการให้คำปรึกษาในเรื่องต่าง ๆ บางครั้งเราเห็นการให้คำปรึกษาผ่านเนื้อหาในภาพยนต์ ละคร หรือหนังสือที่เราอ่าน

  • แพทย์หรือพยาบาล – ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการรักษาโรคและดูแลสุขภาพ
  • ที่ปรึกษาธุรกิจ – ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับธุรกิจ เพิ่มยอดขาย หรือเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
  • ทนายความ – ให้คำปรึกษาด้านกฏหมาย
  • ที่ปรึกษางานก่อสร้าง – ให้คำปรึกษาแก่เจ้าของโครงงานที่ต้องการสร้างอาคาร ตึก หรือสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ แต่ตนเองไม่มีความรู้ด้านงานก่อสร้าง

อันนี้แค่เราเห็นชัดเจน แต่จริง ๆ แล้วเรื่องความรัก การเงิน งานอดิเรก เกมส์ การใช้งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ทำอาหาร เลี้ยงสัตว์ ทำบัญชี สอนทำอาหาร ติวเตอร์ ฯลฯ หากคุณทำเป็น สามารถให้คำปรึกษาสำหรับคนที่อยากรู้ เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปลงมือทำบางอย่าง แก้ปัญหาบางย่างได้

ผ่านสื่อการสอน

นอกจากให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวแล้ว ความรู้และความเชี่ยวชาญของคุณสามารถถ่ายทอดและเข้าถึงคนที่ต้องการความรู้นั้น ๆ ได้ ผ่านสื่อการสอนได้ เช่น…

  • หนังสือ
  • สัมมนา
  • ebook
  • DVD
  • Online Coures

ซึ่งหากคุณสามารถสร้างสื่อสารสอนเหล่านี้และขายได้ มันคือรายได้ที่ทำได้จากสิ่งที่มีอยู่แล้ว สอนเก่งก็สอนผ่านหนังสือหรือดีวีดี แล้วทำการตลาดเพื่อขายความรู้เหล่านั้น เราเรียกว่า Information Business คนที่ทำธุรกิจแบบนี้เราเรียกว่า Inpreneur

หรือคุณสามารถสร้างสื่อการสอนเหล่านั้นเพื่อเผยแพร่ฟรีเว็บไซต์ บล็อก หรือวีดีโอใน Youtube ก็ได้ หากไม่ต้องการเก็บเงินจากความรู้ที่เผยแพร่ออกจากตัวคุณ

3.สร้างระบบ

คนรวยสวนใหญ่ชอบทำแบบนี้ วันหยุด หรือเวลาที่ว่างจากงานหรือธุรกิจหลักที่ทำอยู่ เขาจะพยายามมองหาและสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ขึ้นมา พร้อม ๆ กับสร้างระบบอัตโนมัติเพื่อให้มันทำงานเอง หาเงินเอง โดยที่เขาแค่เหนื่อยหน่อยตอนสร้างระบบ แต่เมื่อระบบมันพร้อม เขาก็แค่ออกจากระบบและปล่อยให้มันทำงาน

อาจจะมองว่าเหมือนการสร้างเครื่องจักรกล แต่จริง ๆ แล้วระบบก็คือระบบนั่นแหละ ขอยกตัวอย่างให้่เห็นภาพชัดเจนเกี่ยวกับระบบทำเงินอัตโนมัติ ดังนี้

ขายของออนไลน์

สิ่งที่เห็นชัดเจนคือหาสินค้ามาขาย สร้างเว็บไซต์ขึ้นมา เตรียมเนื้อหา ระบบชำระเงิน ระบบจัดส่งสินค้าไปถึงลูกค้า สร้างโฆษณาที่วัดผลได้เพื่อติดตามประสิทธิภาพการโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้านั้น ๆ ว่าคุ้มค่ากับการลงทุนต่อไปไหม

ระบบเล็ก ๆ  คือทำด้วยตัวคนเดียวหรือแค่พนักงานไม่มีกี่คนก็ทำได้

  1. ลงทุนสร้างเว็บไซต์ –  เสร็จแล้วไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม นอกจากต้องการอัพเดทบางอย่างในเว็บไซต์ก็จ้างเป็นครั้ง ๆ ไป
  2. ระบบจ่ายเงิน – เมื่อเชื่อมต่อระบบ Payment gateway เข้ากับเว็บไซต์ขายของเรียบร้อยแล้ว ระบบจะหักค่าบริการทุกครั้งที่มีการชำระเงินผ่านช่องทางต่าง ๆ
  3. ระบบจัดส่งสินค้า – สามารถใช้บริการ Shipping Service ที่ช่วยเช็คสต็อก นับของ แพ็คของส่งตาม ออเดอร์ที่มีลูกค้าสั่งซื้อเข้ามา อันนี้สามารถใช้ระบบกึ่งอัตโนมัติ หรือรวบรวมคำสั่งซื้อที่ได้รับการยืนยันเรียบร้อยแล้ว ส่งไปให้ Shipping Service ทุก ๆ วันได้ ใช้เวลาไม่กี่นาทีในการรวบรวมและส่งข้อมูลผ่านอีเมล์
  4. หาคนมาซื้อสินค้าผ่านอินเตอร์เน็ต – สามารถใช้การตลาดออนไลน์ หรือผู้ให้บริการช่วยวิเคาะห์โฆษณาและจัดการโฆษณาแทนคุณได้ เสียค่าบริการรายเดือน หรือแบ่งตามเปอร์เซ็นค่าโฆษณา หรือคุณสามารถทำเองได้ ด้วยการศึกษาเรื่อง “การตลาดออนไลน์”

หากเป็นการขายของออนไลน์ที่ไม่ผ่าน Shopping Cart ขายผ่านแชทเฟซบุ๊คหรือ Line ก็สามารถสร้างระบบขายของออนไลน์กึ่งอัตโนมัติได้ โดยที่คุณไม่ต้องลงมือทำเองทั้งหมด แต่ต้องเตรียมเงินสำหรับการสร้างระบบแบบนี้ด้วยนะครับ

ทำธุรกิจส่วนตัว

จริง ๆ ขายของออนไลน์ก็เป็นธุรกิจอย่างหนึ่งนะ เพียงแค่ใช้ออนไลน์เป็นช่องทางทำการตลาดและขายสินค้าเท่านั้น แต่ธุรกิจที่ไม่ใช้ออนไลน์เป็นเครื่องมือในการขาย การซื้อขายยังคงรับเงินสดหรือบัตรเครดิต แต่ทำบนออฟไลน์นี่แหละ คุณสามารถสร้างระบบได้เช่นเดียวกัน ผมขอให้ไอเดียในการสร้างระบบให้คุณมองภาพกว้างได้ชัดเจน และนำไปประยุกต์ใช้ได้ ผมขอยกตัวอย่างธุรกิจร้านขายกาแฟแล้วกันนะครับ จะได้เห็นภาพชัดเจน

ร้านขายกาแฟหลังจากที่ศึกษาและลงทุนเพื่อเปิดร้าน คุณวางระบบทำเงินอัตโนมัติได้ด้วย

  1. หาคนมาช่วยงานในร้าน 1-2 คน แบ่งหน้าที่กันทำ ชงกาแฟ บริการลูกค้า และจัดการงานอื่น ๆ ในร้าน
  2. หาคนเข้าร้าน ด้วยการเลือกทำเลที่ตั้งให้เหมาะสม มีคนมาก ใกล้ ๆ ออฟฟิต เท่านี้ร้านของคุณก็มีคนแวะเวียนมาอุดหนุนเป็นประจำแน่นอน
  3. ใช้ระบบเช็ครายได้ กับจำนวนสต้อกในร้าน ป้องกันการทุจริตในร้านของคุณ โดยให้คนในร้านนำเงินเข้าบัญชีของคุณทุกวัน ตรวจสอบจำนวนเงินกับสินค้าตรงกัน
  4. ใช้สื่อโฆษณา ใบปลิว โปรโมชั่นลดราค เพื่อพาคนเข้าร้าน

ระบบง่าย ๆ เท่านี้ ก็สามารถช่วยให้คุณมีกิจการขายของ 1 ร้าน โดยที่คุณยังบริหารธุรกิจหลัก หรือทำงานประจำได้

การสร้างระบบไม่ใช่เรื่องยาก มันสามารถช่วยผ่อนแรงให้คุณ เพิ่มเวลาในแต่ละวันให้คุณ โดยใช้เงินเพื่อทำงานแทนคุณ เมื่อ 1 ร้านสำเร็จ ร้านต่อ ๆ ก็ทำเหมือนเดิม เครื่องทำเงินอัตโนมัติของคุณก็จะโตและผลิตเงินให้คุณได้มากขึ้น โดยที่คุณลงทุนสร้างระบบขึ้นมา แล้วออกจากระบบ ให้คนอื่นเข้ามาในระบบทำงานแทน

สร้างการรับรู้

คุณไม่สามารถลงแรง เป็นที่ปรึกษา สร้างระบบ หรือลงทุนในธุรกิจได้เลย หากไม่มีคนรู้ว่าคุณทำมันได้

“การตลาด” ช่วยให้คนรู้ ยิ่งมีคนรู้มากขึ้น โอกาสในการปิดการขายก็ง่ายขึ้นด้วย ดังนั้นหากคุณเก่งการตลาดก็แค่ประชาสัมพันธ์ตัวเองและสิ่งที่คุณทำให้คนอื่น หรือกลุ่มเป้าหมายรู้

หากคุณไม่ถนัดเรื่องการตลาดเลย เทคนิคเหล่านี้ใช้ได้เลย ง่าย และเร็ว สำหรับผู้เริ่มต้น

  1. บอกต่อปากต่อปาก – ถ้างานคุณดีรับรองมีคนบอกต่อแน่นอน
  2. ใช้ Social media – ประกาศว่าคุณทำอะไรในเฟซบุ๊ค
  3. ประกาศรับงานในเว็บไซต์ – เว็บประกาศรับงานอย่าง Fastwork.co คือตลาดนัดฟรีแล้นซ์ออนไลน์
  4. สร้าง Online Portfolio  – ให้คนเห็นความสามารถของคุณด้วยการโชว์ผลงานในเว็บไซต์ บล็อก Youyube หรือ Social media อื่นๆ

สรุป

วันหยุดนี้ คุณอาจจะไปเที่ยว ไปพักผ่อน นั่นก็เป็นเรื่องที่ใคร ๆ ก็ทำกัน มันไม่ใช่เรื่องผิดอะไร แต่หากคุณลองเอาเศษเวลาระหว่างที่ไปเที่ยว ขึ้นมาหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่คุณจะทำเพิ่มเติม หยิบโทรศัพท์ไปหาใครซักคนเพื่อติดต่อซื้อวัตถุดิบ หรือแม้แต่สอบถามราคาเพื่อเปรียบเทียบ ค้นหาข้อมูลใน Google สั่งซื้อ DVD ความรู้ในการทำธุรกิจไปฟังเพื่อพัฒนาทักษะความสามารถ คุณได้ใช้เวลาว่าง ๆ เพื่อสร้างสรรค์ธุรกิจและงานใหม่ ๆ ขึ้นมาแล้ว

หวังว่าคุณจะได้ลงมือทำบางอย่างไปแล้ว มาเล่าให้ฟังบ้างนะครับ

Watchara Manisri

Watchara Manisri

Digital marketer และผู้บริหาร Website content ให้บริษัทชั้นนำรวมถึงเว็บไซต์ เป็นผู้ดูแลทีม Content creator นับสิบชีวิตเพื่อร่วมกันปั้นเว็บไซต์ของลูกค้าให้เป็นที่หนึ่งบนโลกออนไลน์

More Posts - Twitter - Facebook - LinkedIn

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เทคนิค Online Marketing 2017
Login/Register access is temporary disabled