กิจการส่วนตัว VS ลูกจ้าง

กิจการส่วนตัว ลูกจ้างกระแสการทำกิจการส่วนตัวที่มาแรงอย่างในยุคนี้ ทำให้ไม่ว่าใครต่างก็อยากเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เพราะนอกเหนือจากความสำเร็จทางด้านการเงินแล้ว ยังได้ความภาคภูมิใจที่สามารถสร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้

แต่การเป็นเจ้าของกิจการก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะต้องมีการฝ่าฟันผ่านอุปสรรคอีกหลายด่านกว่าจะได้เป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ และก็มีจำนวนไม่น้อยที่ล้มหายไปจากเส้นทางธุรกิจและไม่คิดที่จะหวนกลับมาทำอีกเลย

ความจริงแล้ว การทำธุรกิจเป็นเรื่องที่สนุก หากคุณได้เรียนรู้ที่จะทำธุรกิจอย่างรอบคอบ และไม่ทำอะไรเกินตัว สิ่งที่ได้มาทุกอย่างก็นับว่าเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่า และถ้ามีโอกาสประสบความสำเร็จได้ก็ถือว่าเป็นโบนัสที่จะช่วยสร้างความมั่นคงให้กับตนเอง และมีสภาพคล่องทางการเงินมากกว่าเดิม

เด็กรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยที่เลือกจะเป็นผู้ประกอบการตั้งแต่อายุน้อย และหันหลังให้กับการเป็นลูกจ้างของบริษัทและองค์กรต่าง ๆ บางคนเลือกที่จะออกจากมหาวิทยาลัยกลางคันเพื่อมาประกอบธุรกิจของตนเอง

ในขณะที่ผู้ใหญ่ที่เติบโตมากับยุคสมัยที่เห็นว่าการทำธุรกิจส่วนตัวเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยง เพราะอาจจะล้มเมื่อไหร่ก็ได้ และไม่มีสวัสดิการอะไรที่รองรับเมื่อยามเจ็บป่วยหรือเกษียณอายุ ไม่เหมือนกับการเป็นลูกจ้างที่มีสวัสดิการและมีความมั่นคงในอาชีพมากกว่าโดยเฉพาะการเป็นลูกจ้างขององค์กรใหญ่ที่มีความมั่นคง

ดังนั้น เราจึงจะมาพิจารณาความแตกต่างของการเป็นเจ้าของ กิจการส่วนตัว และลูกจ้างว่าเป็นอย่างไร เพื่อที่จะได้เป็นแนวทางในการตัดสินใจสำหรับคนที่กำลังอยู่บนทางที่ต้องเลือกระหว่างสองทางนี้

เจ้าของกิจการ

ข้อดีของการเป็นเจ้าของกิจการ

1.มีความภูมิใจ

โดยเฉพาะเจ้าของกิจการที่เริ่มต้นสร้างธุรกิจขึ้นมาด้วยตนเอง ทำให้มีความรักและความผูกพันในกิจการที่ตนเองได้สร้างขึ้นมากับมือ บางคนอาจจะเริ่มต้นมาจากแผนการในกระดาษเพียงแผ่นเดียวแล้วค่อยๆเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายมาเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจในความพยายามและความสามารถของตนเองไม่น้อย

2. มีรายได้ที่เป็นไปตามผลประกอบการของธุรกิจ

ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย หากธุรกิจมีการดำเนินการที่ดีก็จะทำให้ฐานะทางการเงินมีความมั่นคงมาก

สามารถเป็นเจ้าของสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงได้ หากรู้จักบริหารจัดการบัญชีและการลงทุนก็จะมีความมั่นคงในยามเกษียณได้อย่างสบายไม่เดือดร้อน

3. สามารถเกษียณอายุได้ตั้งแต่อายุน้อย

อย่างที่กล่าวมาในข้อที่แล้วว่าหากกิจการประสบความสำเร็จและสร้างผลตอบแทนได้มาก มีสินทรัพย์ที่มีมูลค่ามากและเงินเก็บที่มากพอก็จะสามารถเกษียณได้ตั้งแต่อายุน้อย และไปทำในสิ่งต่าง ๆ ที่ชอบได้

4. มีความอิสระ

ไม่ต้องอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของใคร สามารถวางแผนงานและตัดสินใจต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

ข้อเสียของการเป็นเจ้าของกิจการ

แม้จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงและมีอิสระในการตัดสินใจ แต่ข้อเสียของเจ้าของกิจการคือต้องมีความรับผิดชอบสูง เมื่อไหร่ที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไปจนถึงขาดทุนก็ต้องรับผิดชอบด้วยตนเองทั้งหมด

นอกจากนี้ยังไม่มีเวลาในการทำงานที่แน่นอน เพราะธุรกิจจะดำเนินไปได้ก็เพราะการตัดสินใจของเจ้าของกิจการ

ดังนั้น จึงต้องใช้เวลาทำงานต่อวันมากกว่าลูกจ้าง เพราะต้องเคลียร์งานทุกอย่างให้เสร็จ หากงานมีปัญหาก็ต้องอยู่จนเสร็จเรื่อง รวมไปถึงวันหยุดก็ไม่แน่นอนเพราะต้องคิดและตัดสินใจรวมถึงต้องวางแผนขยายงานอยู่ตลอดเวลา

FirmBee / Pixabay

ลูกจ้าง

ข้อดีของการเป็นลูกจ้าง

1. มีความมั่นคงมากกว่า

ดยเฉพาะลูกจ้างในหน่วยงานราชการหรือองค์กรที่มีความมั่นคงสูง แม้ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไรคุณก็ยังจะได้รับเงินเดือนเต็มจำนวนทุก ๆ เดือน และยังมีสวัสดิการที่ช่วยดูแลในยามเจ็บป่วยและเกษียณอายุอีกด้วย

2. รับผิดชอบเฉพาะงานที่ทำ

แม้ว่างานของบริษัทบางแห่งจะมีค่อนข้างมาก บางครั้งอาจต้องอดหลับอดนอนทำงานให้เสร็จตามกำหนด แต่เมื่องานเสร็จแล้วก็ถือว่าเป็นอันจบ ไม่ต้องเก็บเอางานไปนั่งคิดตลอดเวลา

3. มีเวลาในการทำงานที่แน่นอน

ในแต่ละวันลูกจ้างก็ทำงานในระยะเวลาที่กำหนด และได้หยุดเมื่อถึงวันหยุด อีกทั้งยังมีวันหยุดพักร้อนประจำปี ดังนั้นแม้งานจะหนักแต่ก็ยังมีเวลาพักผ่อน

ข้อเสียของการเป็นลูกจ้าง

ต้องมาทำงานตามเวลาที่กำหนด ไม่สามารถที่จะมาทำงานได้ตามใจชอบ อย่างเช่น เมื่อคืนนอนดึกเลยตื่นสายจึงมาทำงานเลท เพราะเมื่อไหร่ที่มาสายเกินกว่ากำหนดก็มีโอกาสที่จะถูกตำหนิและเลิกจ้างได้

นอกจากนี้ยังไม่มีอิสระ เพราะต้องทำตามกฎระเบียบของบริษัท อีกทั้งต้องรอฟังคำสั่งจากหัวหน้าหรือผู้บังคับบัญชาที่หากบางบริษัทมีอยู่ด้วยกันหลายคนก็ทำให้ลูกจ้างต้องปวดหัวไม่น้อย

เมื่อเปรียบเทียบการเป็นเจ้าของ กิจการส่วนตัว และการเป็นลูกจ้างแล้วก็จะพบว่า ต่างมีข้อดีในแบบของตัวเอง ซึ่งไม่มีสิ่งใดที่ดีกว่าหรือด้อยกว่ากันเพียงแต่เป็นสิ่งที่คุณสามารถเลือกได้ตามความเหมาะสมและความต้องการของตนเอง

อย่างคนที่มีความคิดใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา อยู่ไม่นิ่ง ชอบความท้าทายกับการทำสิ่งใหม่ ๆ โดยไม่ชอบอยู่กับความซ้ำซากจำเจ ก็เลือกที่จะสวมบทบาทเป็นเจ้าของกิจการ

แต่คนที่ชอบความมั่นคง ไม่ชอบการทำงานที่ต้องเผชิญความท้าทายหรืออยู่ไม่นิ่ง ก็เลือกสวมบทบาทในการเป็นลูกจ้าง เพราะเป็นสิ่งที่เหมาะกับตัวเองมากกว่า

ทั้ง เจ้าของกิจการ และ ลูกจ้างต่างก็มีบทบาทสำคัญของตนเอง ไม่สามารถขาดฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไปได้ ดังนั้นจึงต้องทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมสามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้

วราลักษณ์ บุญเทพ

วราลักษณ์ บุญเทพ

อดีตครูสอนภาษาอังกฤษ ผันตัวเองมาทำงานด้านการตลาด ปัจจุบัน เปิดบริษัทนำเข้า-ส่งออกเล็ก ๆ เป็นนักเขียนเขียนหนังสือการใช้ภาษาอังกฤษให้ สำนักพิมพ์ Think Beyond เขียนบทความบทความตามเว็บไซต์ ต่างๆ และเป็นนักเขียนประจำที่เว็บไซต์ Leaderwings

More Posts - Facebook

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เทคนิค Online Marketing 2017
Login/Register access is temporary disabled