3 พลังโฟกัสแบบ สตีฟ จ็อบส์ เปลี่ยนคุณเป็นคนมีประสิทธิภาพสูง

Steve Jobs

Your time is limited, so don’t waste it living someone else’s life

หนึ่งบุคคลที่ทรงอิทธิพล และสร้างความเปลี่ยนแปลงในการดำรงชีวิตของมนุษย์มากที่สุดในศตวรรษที่ 20 คงหนีไม่พ้นชายที่ชื่อว่า สตีฟ จ็อบส์

สตีฟ จ็อบส์ สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ มากมาย ตลอดระยะเวลาที่เขามีชีวิตอยู่ ความสำเร็จของเขาเป็นที่กล่าวขวัญถึงบ่อยครั้ง ชีวิตของเขาถูกนำมาตีแผ่ วิเคราะห์ ถึงสาเหตุแห่งความสำเร็จ และพยายามที่จะทำความเข้าใจกับชายผู้ที่บางคนมองว่ามีอารมณ์ค่อนข้างซับซ้อน และไม่ยอมอ่อนข้อให้กับความไม่สมบูรณ์แบบ

[pullquote align=”left” cite=”” link=”” color=”” class=”” size=”16″]เราไม่จำเป็นจะต้องแสดงความก้าวร้าวแบบ สตีฟ จ็อบส์ ได้แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของเวลา และเราเองก็สามารถนำแง่มุมดี ๆ เกี่ยวกับการบริหารจัดการเวลาของเขามาประยุกต์ใช้ได้[/pullquote]

ในมุมมองหนึ่ง เป็นเพราะ สตีฟ จ็อบส์ เห็นคุณค่าของเวลาแบบที่ไม่มีใครมองเห็น เขาไม่ชอบที่จะเสียเวลาไปกับการประชุมที่ไม่มีประโยชน์ การฉายสไลด์พาวเวอร์พอยต์ต่างๆ มากมาย การต้องนั่งฟังคนที่เขาคิดว่าขาดความเข้าใจในประเด็น หรือมีทักษะที่ด้อยกว่าเขา

เรื่องราวต่างๆมากมายในชีวิตของเขา ที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการเวลาแบ่งออกเป็นหลักคิดใหญ่ได้ 3 หัวข้อ

1. สนามความจริงที่ถูกบิดเบือน

หลายต่อหลายคนที่เคยร่วมงานกับ สตีฟ จ็อบส์ ล้วนต้องเคยผ่านประสบการณ์ ‘สนามความจริงที่ถูกบิดเบือน’ มาแล้วทั้งนั้น สนามความจริงที่ถูกบิดเบือนเป็นชื่อที่ บัด ทริปเปิ้ล วิศวกรคนหนึ่งที่แอปเปิ้ล ใช้เรียกหลักการที่ สตีฟ จ็อบส์ นิยมใช้ในชีวิตประจำวัน

สตีฟ จ็อบส์ ชอบใช้เทคนิคดังกล่าวในการกำหนดระยะเวลางาน บ่อยครั้งเขากำหนดเส้นตายที่ไม่น่าทำงานเสร็จได้ทันขึ้นมา และทำให้ทุกคนเชื่อว่าเป็นไปได้ พยายามกดดันให้ทุกคนเร่งงานจนเสร็จ แม้ว่าทีมงานจะไม่ได้พักผ่อนเลยก็ตาม เป็นการบิดเบือนความจริง ความน่าจะเป็น และไม่ยอมรับสิ่งที่ไม่ตรงกับความคิดของเขา หลักการดังกล่าวที่ สตีฟ จ็อบส์ ใช้ คล้ายกับหลักการของ พาร์กินสัน ที่กล่าวถึงการใช้เวลาไปกับกิจกรรมใดๆ

กล่าวคือ หากกิจกรรมนั้นมีการกำหนดห้วงระยะเวลาที่มาก ก็จะใช้เวลาทำกิจกรรมดังกล่าวให้สำเร็จในระยะเวลาที่มาก แต่ถ้ากำหนดระยะเวลาที่กระชั้นมากขึ้น เวลาที่ใช้ในการทำกิจกรรมดังกล่าวก็จะสั้นลงด้วยเช่นกัน และบ่อยครั้งที่เราใช้เวลาไปกับการทำงานสักอย่างหนึ่ง 3-4 วัน ทั้งที่จริงๆ แล้วเราสามารถใช้เวลาทำงานให้เสร็จภายในวันเดียว

เราควรกำหนดเส้นตายของกิจกรรมต่างๆ ให้สั้น กระชับ และจวนเจียนในการที่จะเสร็จไม่ทันที่สุด เพื่อบีบให้ต้องอยู่ในภาวะเหนือ Comfort Zone และไม่ให้เป็นการเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ตามนิสัยของคนส่วนใหญ่ มักจะติดสบาย ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ใช้เวลาในการทำงานมากเกินความจำเป็น

แต่ให้เอาอย่างเหล่าวิศวกรของแอปเปิ้ล ที่คุ้นชินกับการอดหลับอดนอนปั่นงานเพื่อ สตีฟ จ็อบส์ และสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยมออกมาได้บ่อยครั้ง แม้จะมีการกำหนดเส้นตายส่งงานที่ดูไร้เหตุผล หากเรานำหลักการดังกล่าวไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน หรือการทำงาน เวลาอันมีค่าก็จะพอเหลือให้เราสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้สำเร็จมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

2.ทำสิ่งที่สำคัญเท่านั้น

[pullquote align=”full” cite=”” link=”” color=”” class=”” size=”16″]“Deciding what not to do is as important as deciding what to do”[/pullquote]

หนึ่งในทักษะที่สำคัญที่สร้างความสำเร็จให้แก่เขา คงหนีไม่พ้นการโฟกัสกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ

ตัวอย่างแรกเป็นเรื่องราวหลังจากที่สตีฟ จ็อบส์ กลับมาร่วมงานกับแอปเปิ้ลอีกครั้ง เขาได้สั่งให้หยุดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆมากมายที่ดูสับสนของบริษัท และให้เน้นผลิตภัณฑ์เพียงแค่ไม่กี่อย่าง เขากำหนดให้ทุกคนมุ่งเป้าไปกับสิ่งสำคัญ และละทิ้งสิ่งที่ไม่สำคัญ

อีกหนึ่งตัวอย่างคือ ตอนที่เขาได้นำบรรดาผู้บริหารระดับสูงของแอปเปิ้ลไปสัมมนา และระดมความคิด ถึงสิ่งที่ควรต้องทำ 10 อย่างเพื่ออนาคตของบริษัท ครั้นที่ทุกคนระดมสมองกันเป็นที่เรียบร้อย ตัวเขาเองก็เดินไปขีดฆ่า 7 ข้อจากล่างสุดขึ้นบน และบอกกับทุกคนว่าจะทำแค่ 3 อย่างนี้เท่านั้น

ทั้ง 2 ตัวอย่าง แสดงให้เห็นถึงทักษะในการคัดกรองสิ่งที่สำคัญของเขา ออกจากสิ่งที่ถูกมองว่าไม่สำคัญ

หากนำทักษะนี้มาใช้ก็จะเป็นประโยชน์ในการบริหารเวลาอย่างมาก เพราะบ่อยครั้งที่เรามีสิ่งต่างๆมากมายที่อยากทำให้สำเร็จ โดยที่ไม่ได้คิดไตร่ตรองว่าสิ่งใดสำคัญที่สุด ใช้เวลาไปกับทุกอย่าง สุดท้ายเสียเวลา ผลลัพธ์ไม่เด่นชัด

เราจึงควรบริหารเวลาโดยเลือกจากสิ่งที่สำคัญ ทำแต่สิ่งที่ก่อให้เกิดผลสูงสุดเท่านั้น

การบริหารเวลาโดยเลือกจากสิ่งที่สำคัญ สามารถนำหลักการของดไวท์ ดี ไอเซนฮาว อดีตประธานาธิบดีคนที่ 34 ของสหรัฐฯ มาใช้ผสมผสานด้วย

time managementImage By : http://magazine.sae.edu/2015/03/17/get-things-done-creatively-coveys-time-management-grid/ 

จากตารางข้างบนนี้ แถวบนเรียงลำดับจากซ้ายไปขวาตามด้วยแถวล่าง

กรอบที่ 1  คือสิ่งที่สำคัญ และเร่งด่วน อาทิ เหตุฉุกเฉินต่างๆ ที่มีความสำคัญ การส่งมอบผลิตภัณฑ์ด่วนให้กับลูกค้า

กรอบที่ 2 ถัดไปทางขวามือ คือสิ่งที่สำคัญ และไม่เร่งด่วน เป็นกิจกรรมที่ล้วนแต่มีความสำคัญในอนาคต แต่ยังไม่เร่งด่วน ณ ปัจจุบัน เช่นการออกกำลังกาย การพัฒนาตนเอง การอ่านหนังสือ การวางแผนสำหรับอนาคตของบริษัท กรอบของกิจกรรมดังกล่าวนี้ เราควรจะมุ่งเน้นที่สุด พยายามทำสิ่งที่สำคัญต่างๆก่อนที่จะกลายเป็นเรื่องด่วน และถูกบีบให้ต้องทำ เป็นการสร้างความรับผิดชอบให้กับตนเอง จัดสรรเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ คิดวางแผนได้โดยไม่ถูกบีบบังคับจากความเร่งด่วน

กรอบที่ 3 ซ้ายมือด้านล่าง คือ สิ่งที่ด่วน แต่ไม่สำคัญ เช่น อีเมลที่ไม่สำคัญ งานประชุมที่เร่งด่วน แต่ไม่มีเป้าหมายของการประชุมที่ชัดเจน ไม่เกี่ยวข้องกับเป้าหมายที่ได้วางไว้ กรอบนี้ควรหลีกเลี่ยง

กรอบที่ 4 กรอบขวามือด้านล่าง คือกรอบของกิจกรรมที่ไม่สำคัญ และไม่เร่งด่วน อาทิ การนั่งดูทีวีซีรีย์ นินทาเรื่องคนอื่น การใช้เวลาไปกับการช็อปปิ้ง ควรจำกัดกิจกรรมดังกล่าวไม่ให้มีมากจนเกินไป

หากสามารถขยายกรอบที่ 2 ได้มากเท่าใด ก็จะยิ่งสามารถจัดสรรเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพ พัฒนาตนเองให้มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลกว่าคนอื่นได้

3. ใช้หลักมรณานุสติ

[pullquote align=”full” cite=”” link=”” color=”” class=”” size=”16″]“if today were the last day of your life, would you want to do what you are about to do today?”[/pullquote]

คนที่เคยอ่านเรื่องราวของสตีฟ จ็อบส์ คงจะพอทราบว่าเขาเองนับถือศาสนาพุทธ นิกายเซน และเคยออกเดินทางไปยังประเทศอินเดีย เพื่อตามหาความหมายของชีวิต คงไม่น่าแปลกใจที่เขาจะใช้หลักมรณานุสติ ในการดำรงชีวิต อีกทั้งการที่สตีฟ จ็อบส์ ป่วยเป็นมะเร็งนั้น ทำให้เขายิ่งมองเห็นความสำคัญของเวลา เพราะเวลาในชีวิตของเขามีเหลืออยู่ไม่มาก

ทุกวันที่เขาตื่นขึ้นมา มักจะถามตัวเองอยู่เสมอถึงสิ่งที่กำลังทำอยู่ ว่าแท้จริงแล้วมันสำคัญกับตัวเขาเองหรือไม่ หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่ และในช่วงที่เหลือเวลาไม่มาก สตีฟ จ็อบส์ หันมาให้ความสำคัญกับครอบครัว ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยมองข้าม

เราเองสามารถนำหลักการดังกล่าวนี้มาใช้กับการดำเนินชีวิตได้เช่นเดียวกัน หากวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต เราจะทำอะไร จะออกไปเที่ยวเล่น หรือใช้เวลาอยู่กับครอบครัว หรือทำงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตให้เสร็จ ทำสิ่งที่อยากทำจริงๆ ทิ้งสิ่งที่ไม่จำเป็นออกจากตัว

แต่สิ่งที่เราวาดฝันไว้ มักใช้เวลาในการทำให้สำเร็จมากกว่าวันสุดท้าย วันเดียวของชีวิต ณ ตอนนี้ ยังมีลมหายใจอยู่ จึงควรใช้สอยอย่างคุ้มค่า ทำตามความฝัน และตระหนักถึงความไม่แน่นอนของชีวิต  การใช้บริหารจัดการเวลาก็จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

Paul Kridakorn

อดีตผู้บริหารงานจัดซื้อระหว่างประเทศในอุตสาหกรรมค้าปลีก ปัจจุบันเป็นผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Leader Wings ประกอบธุรกิจด้านการวางระบบ Content Marketing สำหรับองค์กร รับผิดงานด้านที่ปรึกษาและการจัดการด้านการตลาดออนไลน์

More Posts

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เทคนิค Online Marketing 2017
Login/Register access is temporary disabled