การทำธุรกิจไม่ใช่เรื่องน่ากลัว เช็คชัวร์แค่ลงมือทำจริง

การทำธุรกิจในปัจจุบันนี้ การทำธุรกิจกลายเป็นเรื่องที่ผู้คนให้ความสนใจกันมาก เพราะสามารถทำได้ทั้งเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม

อีกทั้งช่องทางในการทำธุรกิจในทุกวันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายกว่าแต่ก่อนมาก เพราะมีสื่อออนไลน์อย่างเช่น Social Media ต่าง ๆ และเว็บไซต์สำเร็จรูปที่สามารถเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ได้อย่างง่ายดายและไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก

นอกจากนี้ก็ยังมีสื่อความรู้มากมายที่สามารถเริ่มต้นเรียนรู้การทำธุรกิจได้ไม่ยากเย็นนัก

แต่ถึงกระนั้นเมื่อจะเริ่มต้นลงมือทำธุรกิจจริง ๆ หลายคนก็ยังรู้สึกกล้า ๆ กลัว ๆ เพราะมีรายละเอียดต่าง ๆ มากมายที่ต้องวางแผนและจัดการ อีกทั้งคนที่ยังไม่เคยทำธุรกิจมาก่อนก็จะเกิดความรู้สึกกลัวที่จะขาดทุนและล้มเหลวจนในที่สุดก็ไม่กล้าลงมือทำเสียที

แม้ว่าการทำธุรกิจเป็นสิ่งที่มีความเสี่ยง และมีปัญหาต่าง ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลา

แต่ในขณะเดียวกันหากคุณรู้จักเตรียมตัวศึกษาหาข้อมูลในการทำธุรกิจเป็นอย่างดี ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจลงไปได้มาก และยังจะช่วยให้คุณมองเห็นทางแก้ไขปัญหาและมีไอเดียใหม่ ๆ ในการทำธุรกิจได้มากยิ่งขึ้นด้วย

เริ่มต้นทำธุรกิจ ต้องรู้อะไรบ้าง

สิ่งที่มือใหม่เริ่มต้นทำธุรกิจรู้สึกกลัวมากที่สุดคือกลัวธุรกิจล้มเหลว และกลัวขาดทุน ที่ร้ายยิ่งกว่านั้นก็คือ การสูญเสียเงินที่อุตส่าห์เก็บมานานไปกับการทำธุรกิจทั้งหมด

ซึ่งเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น คุณจึงต้องมีการศึกษาหาความรู้ในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนจะเริ่มลงมือลุยธุรกิจอย่างเต็มตัว

1. ถามตัวเองก่อนว่ามีความชอบ ความถนัดและทักษะในด้านใดบ้าง

เพื่อที่จะได้หาธุรกิจที่เหมาะสมกับตนเอง ซึ่งในการเริ่มต้นธุรกิจนั้น ควรเลือกทำจากสิ่งที่ชอบและมีความรู้ในด้านนั้นก่อนเพื่อที่จะได้มองหากลุ่มเป้าหมายและมีความเข้าใจในธรรมชาติของธุรกิจโดยไม่ต้องเหนื่อยกับการหาข้อมูลมาก

อีกทั้งยังช่วยให้คุณหาไอเดียในการทำธุรกิจได้ง่ายขึ้นเพราะมองเห็นปัญหาและช่องว่างทางการตลาดที่มีอยู่ที่สามารถเข้าไปเติมเต็มได้

2. ศึกษาตลาด

แม้ว่าคุณจะมีไอเดียที่ดีมากขนาดไหนแต่เป็นสิ่งที่ตลาดหรือผู้บริโภคไม่ต้องการก็มีโอกาสที่จะเกิดความล้มเหลวสูงมาก

ดังนั้น จึงควรเริ่มต้นศึกษาความต้องการของผู้บริโภคและแนวโน้มความต้องการของตลาดดูก่อนว่าเป็นอย่างไรบ้าง ด้วยการกำหนดกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจที่ในช่วงเริ่มต้นที่ยังไม่เคยทำธุรกิจและนำเสนอสินค้าออกสู่ตลาดมาก่อน

ควรเริ่มกำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างกว้าง ๆ ก่อน แล้วค่อยกำหนดกลุ่มเป้าหมายที่มีความเฉพาะเจาะจงเมื่อธุรกิจเริ่มดำเนินไปได้สักพักและคุณได้เรียนรู้ข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้ามาพอสมควรแล้ว

3. สำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย

เพื่อที่จะได้ประเมินได้ว่าสินค้าหรือบริการที่กำลังจะนำเสนอสู่ตลาดนั้น เป็นสิ่งที่ลูกค้ามีความต้องการจริง ๆ

แต่ทั้งนี้ ก็ควรเผื่อความคลาดเคลื่อนของข้อมูลเอาไว้ เพราะแม้บางครั้งผลสำรวจในเบื้องต้นจะออกมาว่าลูกค้ามีความสนใจในสนค้าหรือบริการของคุณ แต่เมื่อสินค้าออกสู่ตลาดจริงก็กลับไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร

ดังนั้น ในช่วงเริ่มต้นจึงอาจเริ่มวางสินค้าจำนวนน้อย ๆ ก่อน เมื่อลูกค้ามีความสนใจมากขึ้นก็ค่อยเพิ่มปริมาณการผลิตให้มากขึ้น

4. ศึกษาคู่แข่งในตลาด

เป็นสิ่งสำคัญที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน แม้ว่าคุณจะมั่นใจว่าสินค้าของคุณดีกว่าคู่แข่ง แต่บางครั้งก็มีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างที่ทำให้ลูกค้ามีความสนใจในสินค้าของคู่แข่งมากกว่า

เป็นต้นว่า ราคาของสินค้า ปริมาณบรรจุ แพคเกจจิ้ง รวมไปถึงโปรโมชั่นทางการตลาด ซึ่งคุณสามารถนำมาใช้ในการวางแผนทางด้านการตลาดได้

5. ศึกษาการหาแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในการลงทุนและหมุนเวียนในการทำธุรกิจ

ผู้เริ่มต้นทำธุรกิจหลายคนนำเงินเก็บของตนเองมาใช้ในการลงทุนธุรกิจ แต่เมื่อธุรกิจเริ่มมีการเติบโตมากขึ้น เงินทุนที่มีอยู่ก็อาจจะไม่พอ

ดังนั้น จึงควรศึกษาช่องทางในการหาสินเชื่อเพื่อธุรกิจจากธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อที่จะได้ขยายธุรกิจได้โดยไม่เสียโอกาส

6. ศึกษาข้อมูลทางด้านกฎหมายและบัญชี

การเริ่มต้นธุรกิจควรมีการศึกษาแนวทางในการจดทะเบียนพาณิชย์   การจดลิขสิทธิ์และเครื่องหมายการค้า รวมถึงรูปแบบในการจัดตั้งบริษัทและภาษี

ซึ่งในส่วนนี้คุณสามารถเลือกปรึกษากับผู้ให้บริการมืออาชีพได้เพื่อความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล และมืออาชีพที่ผ่านงานด้านนี้มามาก จะช่วยให้คำแนะนำที่ดีและตอบคำถามที่คุณสงสัยได้อย่างกระจ่างชัดเจน

7. วางระบบโครงสร้างของธุรกิจ  

เมื่อคุณเลือกธุรกิจที่จะทำได้แล้ว จากข้อมูลเบื้องต้นที่ได้ศึกษามา ถึงตอนนี้ก็มาถึงขั้นตอนในการวางโครงสร้างของธุรกิจ ซึ่งในขั้นตอนนี้จะต้องศึกษาถึงกระบวนการในการทำธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งวัตถุดิบ แหล่งผลิต  รูปแบบการจัดจำหน่ายและการโปรโมทสินค้า รวมถึงระบบจัดการหลังร้านและซอฟท์แวร์ที่ใช้ในการทำธุรกิจ

เช่น ซอฟท์แวร์จัดการสต็อคสินค้า ซอฟท์แวร์ทางด้านบัญชี รวมถึงความรู้ด้านอื่น ๆ ที่จำเป็นในการทำธุรกิจ

8. ศึกษาการทำตลาดออนไลน์

ในปัจจุบันนี้ที่เทคโนโลยีทางด้านอินเทอร์เน็ตมีความก้าวหน้ามากขึ้น และผู้คนก็นิยมค้นหาและซื้อสินค้าออนไลน์กันมากขึ้น

ดังนั้น จึงเป็นช่องทางของผู้ประกอบการธุรกิจที่จะทำการตลาดและขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ ที่มีโอกาสเข้าถึงผู้คนเป็นจำนวนมากและมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าการทำตลาดทั่ว ๆ ไปและการเปิดขายของหน้าร้านมากทีเดียว

เตรียมศึกษาหาความรู้ในด้านต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาข้างต้นให้ดี แล้วคุณก็จะพบว่าการทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ได้ยากเกินไปอย่างที่คิดเลย

วราลักษณ์ บุญเทพ

วราลักษณ์ บุญเทพ

อดีตครูสอนภาษาอังกฤษ ผันตัวเองมาทำงานด้านการตลาด ปัจจุบัน เปิดบริษัทนำเข้า-ส่งออกเล็ก ๆ เป็นนักเขียนเขียนหนังสือการใช้ภาษาอังกฤษให้ สำนักพิมพ์ Think Beyond เขียนบทความบทความตามเว็บไซต์ ต่างๆ และเป็นนักเขียนประจำที่เว็บไซต์ Leaderwings

More Posts - Facebook

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เทคนิค Online Marketing 2017
Login/Register access is temporary disabled