10 เคล็ด (ไม่) ลับ สร้าง Content Marketing ประเภทบทความ เพื่อธุรกิจของคุณ

Content Marketingช่วงนี้ใคร ๆ ก็พูดถึง Content Marketing หรือการสร้างเนื้อหาสาระอันเอื้อประโยชน์ในการทำธุรกิจ ทั้งธุรกิจแบบออฟไลน์ หรือออนไลน์

อีกทั้งมีคนส่งข้อความมาถามผมถึงการสร้างคอนเทนต์ โดยเฉพาะประเภทงานเขียน ว่าควรทำอย่างไร

วันนี้ผมขอรวบรวมเคล็ดลับง่าย ๆ ที่จะช่วยให้คุณสร้างคอนเทนต์ เพื่อธุรกิจของตัวเองกันครับ

1.รู้จริงในเรื่องที่คุณต้องการจะสื่อสารออกไป

สิ่งแรกเลยที่จะทำให้คุณสามารถสร้างคอนเทนต์ ได้ดีและเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่นได้ คือคุณต้องเป็นผู้รู้จริงเสียก่อน

สมมติว่าคุณทำธุรกิจเกี่ยวกับเมล็ดกาแฟ คุณจะสร้างคอนเทนต์ เกี่ยวกับกาแฟได้ดี ก็ต่อเมื่อรู้ความแตกต่างของเมล็ดการแฟแต่ละชนิด ข้อดีข้อด้อย รสชาติที่คนชื่นชอบ

แล้วจึงจะสามารถนำไล่เรียงเขียนออกมาเป็นเนื้อหาดี ๆ อันเป็นประโยชน์ได้ ถ้าคุณไม่รู้อะไรเลยลองคิดดูสิครับ ว่าจะเอาอะไรมาเขียน

2.หมั่นศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม

แน่นอนว่าไม่มีใครรู้จริงทั้งหมด แต่การหมั่นศึกษาหาข้อมูลในเรื่องที่คุณต้องการจะสร้างคอนเทนต์ ช่วยให้คุณกลายเป็นผู้รู้ได้

ผมเองชอบเขียนบทความเกี่ยวกับการทำธุรกิจ แต่แน่นอนว่ามีบางบทความที่ไม่ถนัด หรือไม่ค่อยรู้เรื่องสักเท่าไหร่ ก็ต้องอาศัยความขยันเข้ามาเสริม ค้นคว้าหาข้อมูลบนโลกอินเตอร์เน็ต

ยิ่งคุณรู้เยอะ รู้ลึก รู้กว้างเท่าไหร่คอนเทนต์ ของคุณยิ่งมีประโยชน์แก่ผู้อ่านมากเท่านั้น

3.วางโครงเรื่อง

การสร้างคอนเทนต์ ประเภทบทความ จะต้องมีการจินตนาการถึงเค้าโครงเรื่องที่วาดไว้ในใจ

ในแต่ละบทความที่ผมลงมือเขียน มักจะคิดไว้ในหัวก่อนคร่าว ๆ ว่าจะเขียนออกมารูปแบบใด

การเขียนบทความจะต้องมีส่วนคำนำ ส่วนเนื้อหา และส่วนสรุป แต่ก็ไม่ได้เคร่งครัดอะไรมากนัก บ่อยครั้งบทความโดยเฉพาะในต่างประเทศ ไม่ค่อยจะมีสรุปสักเท่าไหร่ จบห้วน ๆ ดื้อ ๆ ก็บ่อย

สำคัญคือสาระที่ต้องการจะสื่อเสียมากกว่า ว่าโดนใจผู้อ่านและนำไปใช้ประโยชน์ได้มากแค่ไหน

4.ลงมือเขียน

สิ่งที่ทำให้คุณเป็นนักสร้างคอนเทนต์ ได้ดีไม่ใช่การเรียนรู้แต่เพียงอย่างเดียว หากเป็นการลงมือทำอย่างต่อเนื่อง

หลายคนมักจะตกม้าตายตอนลงมือทำ คือพอจะต้องเขียนจริงก็ไม่อยากเสียแล้ว หมดไฟหมดกำลังใจเอาเสียดื้อ ๆ

แน่นอนว่าการเขียนนั้นไม่ง่าย การอ่านหนังสือมาเยอะจะช่วยให้เข้าใจการเขียนมากขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงอยากแนะนำให้ทุกคนหมั่นอ่านหนังสือบ่อย ๆ จะช่วยให้เขียนได้ลื่นยิ่งขึ้นครับ

5.การตั้งชื่อเรื่อง

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้คนเข้ามาอ่านคอนเทนต์ ของคุณหรือไม่ คือชื่อเรื่อง

คุณอาจจะมีเนื้อหาดี ๆ อัดแน่นอยู่ แต่ชื่อเรื่องไม่โดนใจ จึงไม่มีใครคลิกเข้ามาอ่าน

ผมขอแนะนำอย่างนี้ครับ ชื่อเรื่องควรจะอ่านแล้วแบบโดน อยากอ่านทันที และเข้าใจว่าจะคาดหวังอะไรได้จากเนื้อหา

เคยกดเข้าไปอ่านบทความที่ไม่ตรงกับชื่อเรื่อง หรือไม่ได้อย่างที่ชื่อเรื่องบอกไว้ไหมครับ มันน่าหงุดหงิด และเสียเวลาเป็นอย่างยิ่ง ถ้าทำแบบนั้นแทนที่จะสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจ กลับกลายเป็นภาพลักษณ์ที่เสียต่อธุรกิจมากกว่า

บางครั้งผมตั้งชื่อเรื่องก่อนเขียนบทความแบบเสร็จสมบูรณ์ และบ่อยครั้งที่เขียนชื่อเรื่องไว้เป็นโครงคร่าว ๆ รอมาเกาให้สวยงามภายหลัง

ที่ต้องมีชื่อเรื่องไว้ก่อนจะได้ไม่หลุดกรอบว่าอยากจะสื่ออะไรถึงผู้อ่านครับ

6.การเขียนบทนำ

การเขียนบทนำเหมือนการเชื้อเชิญให้คนอ่านอยากทราบ อันนำไปสู่การอ่านต่อไปสู่ส่วนของเนื้อหา

บางครั้งเป็นคำนำในรูปแบบของคำถาม บางครั้งเป็นการสรุปย่อให้พอรู้เรื่องว่าเนื้อหาจะขยายต่อในส่วนนี้ ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมให้อ่านต่อ

การเขียนคอนเทนต์ ค่อนข้างจะแตกต่างกับการเขียนนิยาย ที่ไม่ต้องมีคำนำ แต่เป็นการเล่าเรื่อง บางครั้งการนำทักษะการเล่าเรื่องแบบเขียนนิยายมาใช้ ก็ทำให้คนอยากอ่านบทความของคุณมากขึ้น

7.ส่วนของเนื้อหา

หลายครั้งที่เนื้อหาจะเขียนยาก ถ้าคุณไม่มีวัตถุดิบมากพอ มันจะเหมือนตันไปต่อไม่ได้ แต่ถ้ากลับกันคุณมีเนื้อหาวัตถุดิบเยอะ การมาเขียนเนื้อหาจะง่าย และคล่องมือมาก

การเรียงเนื้อหาเป็นประเด็น หรือเป็นข้อ ๆ จะช่วยให้คนอ่านรู้สึกอ่านง่ายมากขึ้นกว่า มีเนื้อหาแบบยาวพรืดเดียว

โดยเฉพาะคนสมัยนี้ที่ไม่ค่อยชอบอ่านอะไรยาว ๆ การแบ่งย่อหน้าบ่อย ๆ เพื่อพักสายตาเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง

คุณสามารถฝึกฝนการเขียนเนื้อหาจากการเขียนหลายแบบ การเลียนแบบไม่ใช่เรื่องน่าอาย เมื่อคุณเจอเนื้อหาที่ไหนดี ๆ ให้จดเอาไว้ และลองทำตามจะช่วยพัฒนาการเขียนได้ดียิ่งขึ้น

8.การเขียนบทสรุป

บางครั้งผมก็ไม่ชอบสรุปบทความ แต่บ่อยครั้งกลัวว่าคนอ่านจะไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือไป จึงต้องสรุปความเสียหน่อย

การเขียนบทสรุป ก็ตรงตามชื่อ คือนำเนื้อหาทั้งหมดมาสรุปอีกที ต้องสั้นกระชับกว่าส่วนของเนื้อหา เข้าใจง่ายในเวลาไม่กี่นาที

การปิดท้ายเป็นเรื่องที่ยากสำหรับคนที่ยังมีชั่วโมงบินในการเขียนน้อย บ่อยครั้งที่จบไม่ได้ จบไม่ลง หรือจบแบบห้วนจนเกินไป

ของแบบนี้แล้วแต่สไตล์ของแต่ละคน บางคนชอบจบด้วยคำถาม บางคนชอบจบด้วยการจากลา บางคนจบแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ จนเป็นเอกลักษณ์

9.การตรวจทาน และความถี่ในการปล่อยบทความ

เมื่อคุณเขียนบทความเสร็จแล้ว ให้ลองอ่านทวนหลาย ๆ ครั้ง แก้ไขเนื้อหาให้ยิ่งเข้าใจง่าย ไม่ควรใช้คำฟุมเฟือยหรือยืดยาวจนเกินไป

สำหรับระยะเวลาในการปล่อยคอนเทนต์นั้นสำคัญมาก คุณต้องรู้เวลาที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และความถี่เท่าใดถึงจะพอเหมาะ

บางคนขยันมากปล่อยคอนเทนต์ บ่อยมาก แต่บางทีมันบ่อยเกินไป และเนื้อหามักจะซ้ำวนเหมือนก่อน ทำให้แทนที่จะเกิดประโยชน์กับผู้อื่น กลับกลายทำให้เกิดความรำคาญเสียอย่างนั้น

การสลับรูปแบบของคอนเทนต์ ช่วยให้ทำไม่เกิดความน่าเบื่อของผู้อ่าน หรือกลุ่มเป้าหมาย บทความบ้าง รูปบ้าง วิดีโอบ้าง หรือเรียงเป็นซีรีย์บ้าง จะให้คอนเทนต์ ของธุรกิจคุณดูมีมิติมากยิ่งขึ้นครับ

10.อุปสรรคสำคัญของคนสร้างคอนเทนต์

ผมอยากจะย้ำว่าอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนสร้างคอนเทนต์ ไม่สามารถผลิตเนื้อหาสาระดี ๆ ออกมาได้ ไม่ใช่ความไม่รู้ หรือขาดความเชี่ยวชาญ แต่เป็นความขี้เกียจ หรือมารผจญภายในจิตใจ

Steven Pressfield นักเขียนชื่อดังถึงกับออกหนังสือเรื่อง War of Art ออกมา โดยเนื้อหาเกี่ยวกับการเอาชนะความผัดวันประกันพรุ่ง ความขี้เกียจ ของเหล่านักสร้างสรรค์ผลงาน หรือนักเขียนทั้งหลาย

ความสม่ำเสมอในการเขียนจะช่วยขัดเกลาความชำนาญได้ยิ่งขึ้น เฉกเช่นเดียวกับความขยันในการเสาะหาข้อมูล การอ่านหนังสือเป็นประจำ

สุดท้ายนี้ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับคนที่อยากสร้างคอนเทนต์ ให้กับธุรกิจของคุณในรูปแบบของงานเขียน หากมีสิ่งใดเสนอแนะ หรืออยากจะสอบถามเพิ่มเติมสามารถอีเมลมาได้ที่ boromsblog@gmail.com หรือจะติดต่อผ่านทาง leaderwings ก็ได้ครับ ผมยินดีตอบทุกคำถาม

โชคดีครับ

บรม สุภาวรีกุล

บรม สุภาวรีกุล

ผู้บริหารทีมขายสินค้าเวชภัณฑ์ให้บริษัทข้ามชาติรายใหญ่ นักคิด และนักถ่ายทอดความรู้ผ่านโลกออนไลน์ - นักเขียนประจำเว็บไซต์ Leader Wings

More Posts - Website - Facebook

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เทคนิค Online Marketing 2017
Login/Register access is temporary disabled