10 เคล็ด(ไม่)ลับที่มหาเศรษฐีระดับโลกมีเหมือน ๆ กัน

สิ่งที่ทำให้คนหนึ่งคนแตกต่างกันสุดขั้ว แม้ว่าเรียนมาจากโรงเรียนเดียวกัน วิชาเดียวกัน อาจารย์คนเดียวกันนั่นก็คือ ‘ความคิด’ ความคิดเปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางชีวิตแม้ในวันที่ตกหลุมดำ คลำทางไม่เจอ เพ้อหาความหวัง นั่งจมความทุกข์ เลือดตาแทบกระเด็น ผมเชื่อว่าถ้าคุณได้อ่านบทความนี้ จะทำให้คุณมีความหวัง มีพลังใจ มีไอเดีย ก้าวจากจุดที่คุณอยู่ ไปสู่จุดที่คุณต้องการได้ครับ…

10  เคล็ด(ไม่)ลับที่มหาเศรษฐีระดับโลกมีเหมือนๆ กัน

1.  รักการเรียนรู้

คุณต้องรักการเรียนรู้ เมื่อคุณมีความรู้ ความรู้จะเป็นใบเบิกทางต่อยอดในการเริ่มต้นธุรกิจของคุณได้ในอนาคต แต่คุณต้องเลือกเสพข้อมูลทั้งออฟไลน์และออนไลน์ให้เป็น เพราะยุคปัจจุบันเป็นยุค Information Overload ข้อมูลความรู้ล้นเกินความจำเป็นมีทั้งแหล่งความรู้ชั้นดีและข้อมูลที่เป็นขยะ คุณต้องเลือกเรียนรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับตัวเองมากที่สุด

ไม่ว่าจะเป็น…

  • เรียนรู้จากแหล่งความรู้บนอินเตอร์เน็ต
  • เรียนรู้จากหนังสือธุรกิจ ไทยก็ได้ ต่างประเทศยิ่งดี
  • เรียนรู้จากนักธุรกิจ แบบนี้คุณจะได้ประสบการณ์ตรง
  • เรียนรู้จากตัวเอง นั่นคือ …ลงมือทำ
  • เรียนรู้แต่ไม่ลงมือทำ ไม่มีประโยชน์เพราะไม่เกิดผลลัพธ์ที่จับต้องได้

อย่าเผลอสะกดจิตตัวเองด้วยคำว่า “ยาก”  อันนั้นก็ไม่มี อันนี้ก็ไม่ได้ ยากไปหมด ล้มเลิกดีกว่า “ง่ายดี”  จงพูดกับตัวเองว่ามันง่ายที่จะเรียนรู้ และมันง่ายที่จะลงมือทำ ด้วยทรัพยากรที่คุณมีอยู่ในปัจจุบัน

5  ต้นทุนความรู้ที่คุณมีในการเริ่มต้นธุรกิจ

1.  ความรู้ตัวคุณเอง

ประสบการณ์ ความชอบ ความหลงใหล อะไรที่เราชอบดูบ่อย ๆ อะไรที่คิดว่าเรามีความเชี่ยวชาญ อะไรที่เพื่อนมักจะมาขอคำแนะนำจากเราอยู่เสมอ หยิบมันออกมาเป็นทรัพยากรในการเริ่มต้นธุรกิจของคุณได้เลย

2.  ความรู้จากหนังสือ

ไม่จำเป็นที่คุณต้องอ่านหนังสือทั้งเล่ม ขอแค่คุณตั้งเป้าว่า …หนึ่งอย่างที่โดนใจคุณที่สุดในหนังสือเล่มนี้คืออะไร อะไรที่คุณอ่านแล้วคลิก จนต้องดีดนิ้ว ป๊อก! …ใช่! จริงสิ …ถ้าคุณหาเจอแล้ว จัดไป

3.  ความรู้จากอินเตอร์เน็ท

แหล่งความรู้ฟรีไม่ว่าจะเป็น Facebook , Google , Youtube มีให้คุณเรียนได้ไม่รู้จบ มันหมดสมัยไปนานแล้ว ที่คุณจะอ้างแบบคนสมัยก่อนว่า ไม่รู้จะไปหาความรู้ดี ๆ จากที่ไหน ผมเห็นหลายคนเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัว ก็ได้ความรู้จาก Facebook , Google , Youtube นี่แหละ อยู่ที่ว่าใครจะสามารถตักตวงความรู้เอาไปต่อยอดได้มากกว่ากัน

4.  ความรู้จากงานที่ทำ

บางคนทำงานไปนาน ๆ จนเกิดความเคยชิน แล้วก็คิดว่า ตัวเองไม่มีความรู้อะไร แล้วที่นั่งทำงานมาหลายปีนี่ ไม่ได้ใช้ความรู้เลยใช่ไหมครับ แปลว่างานนั้น อาจจะเป็นงานซ้ำซาก จำเจ ทำเหมือนกันทุกวัน เช้าตอกบัตร เย็นกลับบ้าน คุณเลยรู้สึกว่า ฉันไม่มีความรู้อะไรเลย สาเหตุเป็นเพราะคุณรับใช้แค่เจ้านายของคุณคนเดียว รายได้เลยน้อยนิด เหมือนซูเปอร์ฮีโร่ Ant-Man ลองใช้ความรู้จากงานของคุณ ช่วยเหลือผู้คนจำนวนมากดูบ้างสิครับ คุณจะค้นพบโลกใหม่ ที่คนตัวเล็ก ๆ นี่แหละ จะสร้างรายได้มหาศาลให้ดู…

5.  ความรู้จากคอนเน็คชั่น

สำรวจดูก่อนว่า รอบตัวคุณ คุณมีคอนเน็คชั่นอะไรบ้าง พาเสียเงินหรือพาสร้างเงิน อย่างแรกไม่สนับสนุน เพราะนับวันยิ่งทำให้คุณ “เหี่ยวหน้าสด แทนสวยหน้าใส” คุณต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในกลุ่มสร้างเงินเช่น ชวนกันไปขายของออนไลน์ เปิดท้ายตลาดนัด หรือเข้าคอร์สสัมมนาสร้างรายได้ กลุ่มแบบนี้ คอนเน็คชั่นแบบนี้ ที่คุณควรเกาะไว้แน่น ๆ เพราะคุณจะสามารถสร้างธุรกิจและรายได้ในอนาคต คอนเน็คชั่นจะเป็นคำตอบให้คุณได้เป็นอย่างดี เช่น ตลาดนัดเปิดใหม่ที่ไหนบ้าง สินค้าจากจีนซับพลายเออร์เจ้าไหนดี จับเสือมือเปล่าได้จริงไหม โดนลูกค้า Amazon รีฟันด์ช่วยด้วย ปัญหาเหล่านี้  “Connection คือ คำตอบของคำถามในธุรกิจคุณ”

2.  รู้คุณค่าของเงินตรา

หลายคนอยากมีธุรกิจของตัวเอง แต่วันนี้ที่เขายังไม่กล้าลงมือทำก็เพราะ เขารอให้พร้อม พร้อมเรื่องเงินทุน ความรู้ ประสบการณ์ แต่ผมจะบอกคุณว่า ถ้านักธุรกิจทุกคนบนโลกนี้รอให้พร้อม เราจะไม่มีคอมพิวเตอร์ เราจะไม่มีหลอดไฟ เราจะไม่มีโทรศัพท์ไฮเทคอย่างในปัจจุบันนี้แน่นอน เคล็ดวิชาของนักธุรกิจระดับโลกก็คือ…

“ถ้าคุณต้องการ สร้างธุรกิจที่ยิ่งใหญ่ ต้องเริ่มตอนไม่พร้อม”

แต่ที่นิสัยที่คุณควรพึงระวังก็คือ เมื่อทำธุรกิจไปถึงจุดหนึ่งธุรกิจเริ่มมีกำไร หลายคนจะเกิดอาการโรคเก่ากำเริบ “กูต้องใช้เงินซินโดรม” ตาลุกวาว หันไปดูรถเก่า มือถือเก่า กระเป๋าเก่า …ระวังครับ นี่เป็นสัญญาณอันตราย ที่หลายคนหลวมตัวเข้าไปจนถอนตัวไม่ขึ้น เพราะอะไร เพราะคุณกำลังเอากำไรไปสร้างหนี้ แทนที่จะสร้างรายได้ทางที่ 2 3 4 5

เมื่อธุรกิจขาดสภาพคล่อง มือแปดด้าน กุมขมับ ทะเลาะกับแฟน โดนที่บ้านพูดกรอกหูทุกวันด้วยคำว่า “บอกแล้วไม่เชื่อ เจ๊ง !!”  ผมเห็นเพื่อนเปิดร้านเสื้อผ้า ขายดิบขายดี วันหนึ่ง รายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 4-5 พันบาท  นั่งนับเงินมือเป็นระวิง เอาเงินไปตบเสื้อผ้าที่ขายพลางพูดว่า … เฮง ๆ รวย ๆ  วันนี้ขอให้ขายดี ขายได้เยอะ ๆ นะ เจ้าแม่นางกวักช่วยด้วย เจอกันอีกทีปิดร้าน ติดป้าย เซ้งด่วน !!

ผมถามว่าเกิดอะไรขึ้น ร้านออกใหญ่โต ลูกค้าประจำก็มี  ขายได้ก็เยอะ เพื่อนเล่าให้ฟังว่า …ก็ตอนขายดี ไม่รู้จักเก็บเงิน เอาเงินไปกินไปเที่ยวทุกคืน จนเงินหมด พอเงินหมด ไม่มีเงินไปซื้อของใหม่มาลง เสื้อผ้าแฟชั่นมาใหม่ทุกอาทิตย์ ไหนจะค่าเช่าที่ ค่าน้ำมัน ค่ารถลงไปเอาของ ของเก่าค้างสต๊อกระบายออกไม่ทัน ชักหน้าไม่ถึงหลัง …“ทุนจม …ลูกค้าหาย …กำไรหด …สุดท้ายเจ๊ง”

ก็เลยเลิก หาสมัครงานอยู่ ลำบากมาก ตอนนี้เลี้ยงลูก 2 คน โชคดีที่สามีทำงานประจำ ยังพอพยุงกันได้… เป็นเรื่องจริงที่น่าตกใจ อย่าขุดหลุมฝังตัวเองถ้าคุณยังไม่ตาย ทางเดียวที่คุณจะหลุดพ้นจากวังวนของหายนะได้ก็คือ การออมเงิน

สมการออมเงินของคนทั่วไป   รายรับ – รายจ่าย = เงินออม  (ผลลัพธ์คือ คุณไม่ทันได้ออม เงินหมดก่อนทุกที)
สมการออมเงินของคนมั่งคั่ง  รายรับ – เงินออม = รายจ่าย   (ผลลัพธ์คือ คุณมีเงินออมในบัญชี เพิ่มขึ้นทุกเดือน)
คนรวยจริงวัดกันที่  “รายเหลือ”  ไม่ใช่  “รายได้”  เดือนนี้คุณมีรายเหลือเท่าไหร่ครับ ?

3.  ลงทุนให้ตัวเองก่อน

“การลงทุนที่ได้กำไรคุ้มค่าที่สุด” คือ “การลงทุนกับตัวเอง”
วอร์เร็น บัฟเฟตต์ – มหาเศรษฐีนักลงทุนชื่อดังชาวอเมริกัน

การลงทุนกับตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก ถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว การลงทุนที่ว่านั้นก็คือ “ลงทุนความรู้ เพื่อต่อยอดความคิด ไอเดีย ติดปีกธุรกิจคุณในอนาคต”  แล้วจะรู้ได้ยังไงว่า ที่ลงทุนไปเป็นการลงทุนให้ตัวเองที่คุ้มค่าที่สุด…

1.  ต้องต่อยอดความรู้

เมื่อคุณลงทุนไปแล้ว คุณต้องได้ความรู้กลับมาเพิ่ม คุณสามารถนำเอาความรู้นั้นไปต่อยอดได้ในอนาคตอันใกล้ ไม่ใช้ไปลงสัมมนา เป่ากบ กระโดดยาง เล่นซ่อนหา  ถามว่า …มันต่อยอดอนาคตให้คุณตรงไหน

2.  ต้องต่อยอดรายได้

เมื่อคุณลงทุนไปแล้ว คุณต้องสามารถสร้างธุรกิจ สร้างรายได้จากสิ่งนั้น คืนกลับมาได้อย่างยั่งยืน ระยะยาว ไม่ใช่ มาแบบวูบเดียว หาย !! ระวังโดนฟัน FUN กันสนุกสนาน แต่แผลที่มองไม่เห็น รักษากันยาวข้ามปี …แผลเก่าหนี้ใหม่

3.  ต้องต่อยอดธุรกิจ

เมื่อคุณลงทุนไปแล้ว คุณต้องสามารถต่อยอดธุรกิจที่คุณทำอยู่ได้ ทำให้คุณมีคอนเน็คชั่นเพิ่มขึ้น ยอดขายเพิ่มขึ้น รู้ทักษะการลงโฆษณา Facebook อย่างถูกหลักกลยุทธ์ รู้วิธีดึงแฟนเพจมาเป็นลูกค้า การดับเบิ้ลยอดขายด้วยเทคนิคการตลาดย้อนกลับ สิ่งสำคัญคือ สามารถต่อยอดธุรกิจของคุณได้ ให้เติบโตขึ้น ฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น หรือ สามารถนำเข้า-ส่งออกไปต่างประเทศได้มากขึ้น

“ไม่สำคัญว่าคุณมาจากไหน สิ่งสำคัญคือ …เป้าหมายนับจากนี้ คุณจะไปไหน”

4.  เวลาแห่งปัญญา

การนั่งสมาธิ เป็นหนึ่งวิธีผ่อนคลายความเครียดชั้นดีของชีวิต เมื่อใจเรามีสมาธิ สติมา ปัญญาเกิด คนที่เป็นนักธุรกิจ หรือพนักงานประจำ สิ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ การสละเวลาในช่วงเวลาหนึ่งของแต่ละวันนั่งสมาธิ  ส่วนตัวผมเรียก …ชั่วโมงแห่งปัญญา… ทำไมผมถึงพูดเช่นนั้น ตลอดทั้งวันที่คุณออกไปทำงาน หรือทำธุรกิจส่วนตัว มันไม่มีอะไรเรียบง่ายไปหมดทุกอย่าง

แต่ละวันจะมีปัญหาอุปสรรคมากมายมาทดสอบจิตใจ ความแข็งแกร่งของคุณเสมอ ทำไมบิล เกตส์ , สตีฟ จ็อบส์ , บารัค โอบามา อ่านหนังสือพุทธศาสนา เพราะชาวตะวันตกให้ความสนใจในเรื่อง ของการเจริญสติ คนต่างชาติในปัจจุบันหันมานั่งสมาธิ ฝึกสติ พัฒนาจิตใจกันมากขึ้น ทำไมต้องนั่งสมาธิ นั่งแล้วได้อะไร…

  • ได้ฝึกฝน ขัดเกลาจิตใจของตัวเอง รวยแล้วให้ ได้แล้วแบ่งปัน
  • ได้ทบทวน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เราทำอะไรดีแล้ว
  • เราควรลดละพฤติกรรมใดที่ไม่เหมาะสม ไม่น่ารักกับคนรอบข้าง กับลูกค้า กับคนในครอบครัวของเรา
  • ได้ความสงบ เมื่อร่างกายผ่อนคลายความตึงเครียด ปล่อยวางได้เมื่อไหร่ จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า สติ
  • เมื่อสติเกิดขึ้นในจิตใจเมื่อใด ปัญญาจะเกิดตาม เมื่อปัญญาเกิดแล้ว คุณจะเกิดอาการ “ปิ๊งแว็บ”
  • ปิ๊งแว๊บ คือ ปัญญาเกิด สว่างวาบขึ้นมาในหัว
  • อ๋อ! …รู้แล้วว่าจะจัดการกับเรื่องนี้ได้ยังไง
  • อ๋อ! …คิดออกแล้วว่าจะสร้างธุรกิจให้สำเร็จได้ยังไง
  • อ๋อ! …คิดออกแล้วว่าจะจัดการหนี้สินได้ยังไงบ้าง
  • อ๋อ! …จริงสิ มันต้องทำแบบนี้นี่เอง
  • อ๋อ! …หาทางออกของปัญหาได้แล้ว
  • การนั่งสมาธิเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเศรษฐีในอนาคต มองผิวเผินเหมือนง่าย
  • แค่นั่งหลับตา หายใจเข้า-ออก แต่พระพุทธเจ้าสอนให้เราดูใจ ดูอารมณ์ของเราเองว่า
  • อารมณ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นทางไหน เหตุให้เกิดคืออะไร แล้วเราจะดับทุกข์นั้นได้อย่างไร
  • เป็นการสอนเช่นเดียวกับการทำธุรกิจ
  • เริ่มต้นธุรกิจ ต้องเริ่มอย่างไร ต้องเรียนรู้อะไร ลูกค้าของเราคือใคร
  • ทำธุรกิจไปแล้วเกิดปัญหา เราจะหาทางแก้ปัญหานั้นได้อย่างไร
  • ทำธุรกิจควรใช้ (สมาธิ สติ ปัญญา) ขาดสิ่งใดไปยากนักธุรกิจจะประสบความสำเร็จ
  • เริ่มจากง่าย ๆ นั่งหลับตา ผ่อนคลาย เบาสบาย พักเรื่องวุ่นวายภายนอกออกไปก่อน
  • หายใจเข้า รู้ หายใจออก ดูเห็น ง่าย ๆ เริ่มจากวันละ 5 นาที  (Refresh สมอง)
  • จะช่วยให้สมองคุณสดชื่น แถมยังกระตุ้นความจำได้อีกด้วย ลองทำดูนะครับ เริ่มต้นแค่วันละ 5 นาที

5.  ดูแลสุขภาพตัวเอง

คุณต้องรักษาสุขภาพตัวเอง มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าคุณมีเงินมากมาย แต่ต้องนอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาลนานนับปี มันจะมีประโยชน์อะไรที่รถหรูราคาแพงจอดทิ้งไว้สองสามคันเต็มบ้าน แต่คุณไม่มีแรงแม้กระทั่งจะลุกออกจากเตียงนอน

มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าธุรกิจคุณประสบความสำเร็จ มีชื่อเสียงโด่งดัง พร้อมกับการยืนไว้อาลัยในวันที่คุณจากไปก่อนวัยอันควร มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าคุณหักโหมทำงานหนัก นอนดึก ตื่นเช้า เวลากินไม่ได้กินเวลานอนไม่ได้นอน ใช้สมองแบบกึ่งหลับกึ่งตื่นทุกวัน จนทำให้ระบบในร่างกายรวนไปหมด เพื่อให้ผลงานของทีมออกมาดีที่สุด แต่สุดท้ายบริษัทเชิญคุณออก ด้วยเหตุผลสั้น ๆ

บริษัทขาดทุนจำเป็นต้องปลดพนักงานออกกะทันหัน มันจะมีประโยชน์อะไรถ้าการที่คุณมุ่งมั่นทุ่มเทเต็มที่ แต่คุณไม่ได้มีชีวิตอยู่ดูลูกของคุณเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เป็นลูกที่ทำให้พ่อแม่ภูมิใจในอนาคต ทั้งหมดมันจะไม่มีประโยชน์อะไรถ้าคุณไม่รู้จัก  “รักษาสุขภาพตัวเอง”

  • เริ่มได้ง่าย ๆ ทำงานไปนาน ๆ ลุกขยับแข้งขยับขา เดินไปเดินมาบ้าง 5-10 นาที
  • บริหารดวงตาบ้าง เพื่อเป็นการพักผ่อนสายตา โดยการกรอกตาไปทางซ้าย กรอกตาไปทางขวา
  • มองขึ้นไปข้างบน มองลงข้างล่าง ทำแบบนี้ 10 ครั้ง จะช่วยทำให้ดวงตาคุณได้กายบริหาร
  • แถมยังได้พักผ่อนสายตาจากการจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์มาทั้งวันอีกด้วย
  • บิดขี้เกียจ ให้กล้ามเนื้อคลายจากการกดทับ สลัดมือ แขน ขา พักดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย
  • ไม่ควรอั้น อีกแป๊บนึงนะ อีกนิดงานจะเสร็จแล้ว การอั้นการขับถ่ายถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกายโดยที่เราไม่รู้ตัว
  • ท่องให้ขึ้นใจ ยามใดที่ข้าศึกโจมตี เข้าประชิดถึงหน้าด่าน จงเป็นผู้ปลดปล่อยที่ดี ปล่อยปลาวาฬน้อย ๆ พร้อมเหล่าบริวารกลับสู่หลุมดำแห่งจักรวาลคอห่านน้ำวน ลงไปซะลูกพ่อ !!
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอแก่ร่างกาย ออกกำลังกายครั้งละ 30-40 นาที สัปดาห์ละ 4 วันเป็นอย่างน้อย จะทำให้ร่างกายแข็งแรง ประหยัดเงินค่ารักษาพยาบาลไปได้เยอะ
  • ที่สำคัญนอนหลับพักผ่อนให้เป็นเวลา ถึงเวลานอนจงนอน
  • ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ร่างกายควรพักผ่อนก็คือ  22.00 – 02.00 น.
  • ช่วงเวลาขับถ่ายที่ดีที่สุดคือ  05.00 – 07.00 น.
  • อาหารควรเน้นผัก ผลไม้ อาหารคลีน ลดของมัน ของทอด ปิ้ง ย่าง ไขมัน ของหวาน
  • ควรตรวจสุขภาพประจำปี ดูแลสุขภาพประจำวันของตัวเอง สม่ำเสมอ
  • ออกกำลังกายง่ายๆ โดยการเต้นแอโรบิค วิ่ง  ฮูล่าฮูป  โยคะ หรืออะไรก็ได้ที่คุณชอบ
  • สิ่งสำคัญคือ คุณกินยังไง ได้อย่างนั้น (You are what you eat)
  • ถ้าคุณอยากลดน้ำหนัก คุณต้องเบิร์นออก มากกว่าที่คุณทานเข้าไป
  • สมการ : ออกมากกว่าเข้า = ผอม / เข้ามากกว่าออก = อ้วน  OK !!
  • ถ้าวันนี้น้ำหนักของคุณทะลุขีดจำกัดด้านมาตรฐาน ชายดูดี / หญิงดูเลิศ ไปไกลแล้ว
  • คุณต้องสำรวจแล้วว่าระหว่าง ชั่วโมงกิน VS ชั่วโมงออกกำลังกาย  คุณให้น้ำหนักฝั่งไหนมากกว่ากัน

6.  เครือข่ายของคุณ

เครือข่ายธุรกิจ เปรียบเสมือนสัญญาณโทรศัพท์ คุณต้องรู้จักเลือกเครือข่ายให้ตรงกับความต้องการของคุณ  หลายคนเลือกเครือข่ายโทรศัพท์ สีเขียว  สีฟ้า  สีแดง  ด้วยเหตุผลแตกต่างกัน โปรโมชั่น พื้นที่อยู่อาศัย ความแรงของสัญญาณ บริการหลังการขายที่ดี  …ธุรกิจก็เช่นกัน

ถ้าคุณทำธุรกิจขายไอติม เมื่อคุณต้องการใช้เครือข่ายที่ตอบโจทย์ คุณเลือกขอคำปรึกษาจากเครือข่ายที่ขายวัสดุก่อสร้าง ก็ยากที่คุณจะได้คำตอบ หรือถ้าคุณทำธุรกิจฟาร์มแคนตาลูป แต่ดันไปปรึกษาเครือข่ายซ่อมคอมพิวเตอร์ ก็อาจจะไม่ได้คำตอบสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเลือกเครือข่ายที่ตอบโจทย์ความต้องการของคุณจะทำให้ธุรกิจคุณประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

ความได้เปรียบของคนในปัจจุบันคือ สามารถ Connect Network ได้ง่ายกว่าคนยุคก่อน ตัวอย่างเช่น…

  • ถ้าคุณสนใจทำธุรกิจนายหน้า   คุณก็ไปอบรมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์
  • ถ้าคุณสนใจทำธุรกิจเครื่องสำอาง  คุณก็ไปสัมมนาธุรกิจเครื่องสำอาง
  • ถ้าคุณสนใจเปิดร้านล้างรถ    คุณก็ไปสัมมนาอบรมผู้ประกอบการคาร์แคร์
  • ถ้าคุณสนใจเปิดร้านเบเกอรี่   คุณก็ไปอบรมสร้างอาชีพด้วยเบเกอรี่
  • ถ้าคุณสนใจทำธุรกิจน้ำดื่ม    คุณก็ไปอบรมผู้ประกอบการน้ำดื่ม

ผมไม่ได้จะบอกว่า คิดอะไรไม่ออกก็ให้ไปเข้าสัมมนา เพียงแต่คนที่ไปสัมมนารวมถึงผู้สอน เขามีความสนใจให้หัวข้อเดียวกับที่คุณสนใจ ลองนึกภาพดูว่ามันจะดีแค่ไหน ถ้าคุณขยายวงกว้างของกลุ่มคนที่รักการขายของออนไลน์เหมือนกัน หลังจากกลับจากสัมมนา

คุณได้เพื่อนที่ขายของออนไลน์เพิ่มอีก 5-10 คน ตั้งกลุ่มในเฟซ ถาม-ตอบปัญหากัน แบบนี้สามารถตอบโจทย์ธุรกิจคุณได้ เพราะบางเรื่องคุณอาจไม่สามารถถามเพื่อนในกลุ่ม LINE ได้เพราะเขาไม่ได้ทำธุรกิจเหมือนคุณ นี่แหละคือ  “พลังของเครือข่าย”

ถ้าคุณคิดว่าสัมมนาต้องใช้เงิน บางสัมมนาก็แพงเกินไป ไม่มีทุนไปเข้าสัมมนา แบบนี้จะไปหาเครือข่ายที่ไหน ผมแนะนำง่ายที่สุด ด้วยการลงทุน 0 บาทก็คือ Youtube  หรือคุณเข้าไปสอบถามรายละเอียดจากศูนย์ฝึกอาชีพ (เรียนฟรี) ใกล้บ้านก็ได้ พูดเรื่องนี้แล้วผมนึกถึงเรื่องราวของคุณนุ้ก เจ้าของร้านตัดผมทรงวินเทจ ตลาดนัดไนท์เคิร์ฟ ประตูกรุงเทพ

นุ้กเคยให้สัมภาษณ์บอกว่า … จบนิเทศจากหอการค้าไทย ทำงานประจำได้ 2 ปี รู้สึกว่ามันไม่ตอบโจทย์ชีวิตเลยลาออกมาหางานใหม่ทำ ช่วงที่กำลังหางานใหม่อยู่นั้น มีเวลาว่างจึงไปสมัครเรียนตัดผมที่โรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร (ดินแดง) เนื่องจากชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

หลังจากเรียนไปได้ 2 สัปดาห์ ที่ทำงานใหม่โทรมาตามให้ไปเริ่มงานได้เลย มันยากมากที่จะเดินไปบอกทางบ้านว่า ผมไม่ทำงานประจำแล้ว ผมต้องการเรียนวิชาตัดผมให้จบคอร์ส และเปิดร้านตัดผมของตัวเอง แต่โชคดีที่ทางบ้านเข้าใจ อยากทำอะไรทำ แต่ลึกๆคงค้านอยู่ในใจว่า มันจะไปรอดหรือเปล่า หลังจากเรียนจบ นุ้กปรึกษารุ่นพี่ว่าอยากเป็นช่างตัดผมในร้านบาร์เบอร์ทั่วไป รุ่นพี่แนะนำว่าควรหาแนวทางที่ชอบและยึดเป็นสไตล์ของตัวเองดีกว่า ตัดผมตัดร้านไหนก็ได้ แต่สไตล์เฉพาะทางต้องตัดกับเราเท่านั้น

“นายอยากเป็นแค่ช่างตัดผมทั่วไป หรือเป็นช่างเบอร์หนึ่งในใจลูกค้ากันล่ะ”

คิดได้ดังนั้นจึงลงหุ้นกับเพื่อน 3 คน คนละ 2,000 บาท เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินลงทุน 6,000 บาท เปิดร้านที่ตลาดนัดวันแรก ไม่คิดว่าจะมีลูกค้าด้วยซ้ำ ที่ตัดสินใจทำธุรกิจก็แค่อยากทำตาม Passion ของตัวเอง ปรากฏว่าผลตอบรับถล่มทลาย แปลกใหม่ ทรงผมไม่เหมือนใคร มีสไตล์ของตัวเอง ทุกวันนี้มีลูกค้าคืนละไม่ต่ำกว่า 10 ราย ทั้งขาประจำ ขาจรแวะเวียนมาทักทายกันตลอด

ผมลองคิดเล่น ๆ ว่า… ตัดผมหัวละ 200 บาท ลูกค้า 10 คน/วัน ตกวันละ 2,000 บาท เดือนละ 60,000 บาท ปัจจุบันมีผู้ช่วยอีก 1 คน ขยายเพิ่มอีกหนึ่งสาขา รายได้เดือนละ 120,000 บาท (ยังไม่หักต้นทุน ค่าเช่าที่ตลาดนัด และอื่น ๆ)  โอ้ว แม่จ้าว…

เคล็ดลับความสำเร็จของคุณนุ้ก คือ…

  • ถามตัวเองก่อนว่า คุณชอบมันหรือเปล่า เอาจริง ๆ อย่าหลอกตัวเอง
  • ถ้าคุณไม่ชอบ ทำไปก็ไม่มีความสุข เวลาเจอปัญหา เลิก หยุด พอดีกว่า
  • ถ้าชอบแล้วมันเลี้ยงตัวเองได้ไหม ถ้าได้ จัดไป !!

7.  ยิ่งให้ ยิ่งให้  ยิ่งให้

ชีวิตเรา คือ การให้และแบ่งปัน ถ้าคุณเอาเงินเป็นตัวตั้ง แล้วคุณไม่ได้เงินตามเป้าที่วางไว้คุณจะเครียดหนักกว่าเดิม มองมุมกลับ ลองเริ่มจากการแบ่งปันสิ่งดี ๆ ส่งมอบคุณค่าให้กับว่าที่ลูกค้าของคุณก่อน เพราะเหตุนี้เอง ‘การให้’ จึงเป็นกลยุทธ์หนึ่งทางการตลาด

ตัวอย่างเช่น…

  • เถ้าแก่น้อย (สาหร่ายทอดกรอบ) เริ่มต้นธุรกิจในช่วงแรก แบ่งปันสินค้าให้กลุ่มเป้าหมายทดลองชิม
  • ศรีจันทร์ (แป้งหอม) ตั้งบูธให้คำปรึกษาสภาพผิวกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ก่อนปรับโฉมใหม่ในปัจจุบัน
  • 100 Plus (เครื่องดื่มอัดลมเกลือแร่) ส่งทีมงานลงพื้นที่ แบ่งปันเครื่องดื่มชิมฟรีทุกภูมิภาค

ธุรกิจเริ่มต้นจากการให้และแบ่งปัน เมื่อเราให้ด้วยความจริงใจ ปรารถนาดี ลูกค้าจะเป็นคนตัดสินเองว่าในอนาคตเขาควรจะตอบแทนกลับคืน โดยการให้และแบ่งปัน ส่งต่อคุณค่าที่คุณมอบให้เขากับผู้อื่นหรือไม่ ถ้าวันนี้คุณยังไม่มีสินค้าที่จะแบ่งปัน คุณสามารถแบ่งปันคุณค่าได้ง่าย ๆ ด้วยการ

  • ให้คำปรึกษา
  • ให้โอกาส
  • ให้ความจริงใจ
  • ให้ความรู้
  • ให้มิตรภาพความเป็นเพื่อน

เพราะเป็นคุณค่าตั้งต้นที่จะทำให้ธุรกิจคุณยั่งยืน ยาวนาน เมื่อคุณยิ่งให้ ยิ่งให้ ยิ่งให้ ด้วยระยะเวลาที่เหมาะสม ผู้คนจะตอบแทนคุณ จนคุณตั้งรับไม่ทันเลยทีเดียว แต่คุณต้องไม่ลืมว่าในระยะยาว “ของฟรี มักไม่มีใครเห็นคุณค่า” คุณต้องแลกเปลี่ยนให้เป็น แลกด้วยเงินเพื่อให้ธุรกิจคุณอยู่รอด แลกด้วยผลประโยชน์กันและกัน จะทำให้ความสัมพันธ์ยาวนานกว่าในอนาคต

8.  คิดนอกกรอบ

Tim Ferriss – ผู้แต่งหนังสือ The 4-Hour Workweek ทำน้อยแต่รวยมาก
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ New Rich กับ Old Rich มีรูปแบบในการดำเนินธุรกิจแตกต่างกันดังนี้…

The 4-Hour Workweek The 4-Hour Workweek
Tim Ferriss ในอดีตเคยมีชีวิตแบบ ‘งานประจำ ทำเงินน้อย’ จึงค้นหาวิธีแหกคอกออกจากกรอบงานประจำแบบเดิม ๆ จนในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ ด้วยการใช้วิธีเอาตัวเองออกจากระบบและสร้างระบบที่บริหารจัดการได้จากหน้าจอคอมพิวเตอร์ สิ่งที่ทิม ให้ความสนใจที่สุดคือการออกแบบ Lifestyle ของตัวเองโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินและเวลา แต่การออกแบบ Lifestyle แบบที่ทิมฝันไว้นั้น ต้องนิยามการทำเงินและเวลาในรูปแบบใหม่นั้นก็คือ รายได้เฉลี่ย/ชั่วโมงการทำงาน ต้องมากกว่าคนที่ทำงานในระบบเดิม

ตัวอย่างเช่น…

นาย A ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง 30 วัน เดือนละ 240 ชั่วโมง รายได้ต่อเดือน 150,000 บาท
มีรายได้เฉลี่ย  625  บาท/ชั่วโมง  (คนทั่วไปให้ความสำคัญกับเงินเดือน)

นาย B ทำงานสัปดาห์ละ 4 ชั่วโมง 30 วัน เดือนละ 16 ชั่วโมง รายได้ต่อเดือน 50,000 บาท
มีรายได้เฉลี่ย  3,125  บาท/ชั่วโมง  (ทิมให้ความสำคัญกับรายได้เฉลี่ย/ชั่วโมงการทำงาน)

เมื่อรายได้เฉลี่ย/ชั่วโมงการทำงาน มากกว่ารายได้ในระบบการทำงานแบบเดิมนั่นแปลว่า ทิมมีเวลาและอิสรภาพมากกว่าและสามารถเอาเวลาที่เหลือไปสร้างธุรกิจตัวที่สองได้โดยไม่กระทบกับรายได้จากธุรกิจเดิมที่ทำอยู่ แถมในระยะยาวรายได้จากธุรกิจที่ทิมสร้างขึ้นยิ่งทวีคูณให้เขามีเวลาและเงินมากยิ่งขึ้น เพื่อออกไปเที่ยวรอบโลก เป็นเจ้าของชีวิตตัวเองแบบ The New Rich เศรษฐียุคใหม่ ลองออกแบบ Lifestyle ที่คุณต้องการ ด้วยการเขียนแผน Business Model ของคุณบ้างดีไหมครับ

9.  จงเป็นตัวของตัวเอง

จงเป็นตัวของตัวเอง เพราะคนอื่น เขาเป็นคนอื่นกันไปหมดแล้ว งง ! ไหม วิธีที่ดีที่สุดที่จะบ่งบอกความเป็นคุณได้อย่างชัดเจน นอกจากรูปร่างหน้าตาใบหน้าทรงผมนั่นก็คือ “ตัวคุณ” คุณไม่สามารถเป็นคนอื่นได้ชั่วชีวิต

ยกเว้นคุณจะทำอาชีพ Copy Show เงาเสียง หรืออาชีพตัวแสดงแทนพระเอกนางเอก นักธุรกิจหรือผู้ที่ประสบความสำเร็จระดับโลกล้วนเป็นตัวของตัวเอง เมื่อคุณเป็นตัวของตัวเอง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผู้คนจะจดจำคุณได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ธุรกิจคุณประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ตัวอย่างเช่น…

  • ธรรมะเดลิเวอรี่ มาแล้วจ้า   คุณนึกถึงใคร…
  • ถ้าสาหร่ายต้องเถ้าแก่น้อย    คุณนึกถึงใคร…
  • ร้อนๆอย่างนี้ ดับร้อนด้วย เย็น เย็น   คุณนึกถึงใคร…
  • บอกไว้ก่อน คาราบาวแดงขวด   คุณนึกถึงใคร…
  • ผู้แต่งหนังสือ งานไม่ประจำ ทำเงินกว่า   คุณนึกถึงใคร…
  • ชีวิตเป็นของเรา ใช้ซะ   คุณนึกถึงใคร…
  • ประกาศ เดี่ยว 11 เพิ่มรอบแล้วจ้า  คุณนึกถึงใคร…

เป็นตัวของตัวเอง เพราะคนอื่นเขาเป็นคนอื่นกันไปหมดแล้ว ถ้าคุณขายตัวเองได้เมื่อไหร่คุณจะขายอะไรมันก็ง่าย เพราะผู้คนรู้จัก ชอบพอ เชื่อใจในตัวคุณแล้ว ค้นหาตัวเองให้เจอนะครับ ผมรอเป็นแฟนคลับคุณอยู่

10.  อย่ายอมแพ้

ถ้าคุณเริ่มต้นธุรกิจ สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ก็คือ อย่ายอมแพ้ ผู้คนจะจดจำเฉพาะความสำเร็จของคุณ ความล้มเหลว ความเจ็บปวด เหนื่อย ท้อ ขาดทุน ไม่มีใครสนใจความทุกข์จนกระทั่งวันที่คุณสำเร็จ ถึงจะมีคนมาถามว่าระหว่างทางคุณต้องเจออะไรบ้าง และเมื่อคุณไม่ยอมแพ้ สู้ยิบตาจนชนะ ผู้คนจะบอกว่า คุณโชคดี

แต่ในความเป็นจริงเปล่าเลย คุณไม่ได้ ‘โชคดี’ ที่ผ่านมา ‘โชคเลือดเต็มหลัง’ ทั้งนั้น แต่ไม่มีใครรู้ ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจ คุณต้องไปต่อ เพราะความสำเร็จมันอยู่เลยความล้มเหลวไปนิดเดียว วันใดที่คุณพบอุปสรรค เร่งเครื่องให้เต็มที่ เดินหน้าให้เต็มสูบ วิ่งเลยจุดที่เรียกว่าความล้มเหลวไปได้เมื่อไหร่ คุณจะพบกับความสำเร็จแน่นอน

  • ครูอ้อย ฐิตินาถ ณ พัทลุง สามีเสียชีวิต ทิ้งหนี้สินร้อยล้าน ปลดหนี้ได้ เพราะไม่ยอมแพ้
  • ตัน ภาสกรนที ทำธุรกิจเจ๊ง หนี้สินสี่ร้อยล้าน สำเร็จได้ เพราะไม่ยอมแพ้
  • ศิริวัฒน์ แซนด์วิช  เซียนหุ้นเจ๊ง หนี้สินพันล้าน ยืนหยัดอยู่ได้ เพราะไม่ยอมแพ้
  • วอลท์ ดิสนีย์ โดนไล่ออกจากงาน ด้วยเหตุผลไร้จินตนาการ สร้างอาณาจักรดีสนีย์แลนด์ได้ เพราะไม่ยอมแพ้
  • โอปราห์ วินฟรีย์ โดนไล่ออกจากงานข่าวทีวี ด้วยเหตุผลไม่เหมาะสม ปัจจุบันเป็นพิธีกรทีวีอันดับหนึ่งได้ เพราะไม่ยอมแพ้
  • ไมเคิล จอร์แดน แพ้มากกว่า 300 เกมส์ ล้มเหลวซ้ำซากครึ่งชีวิต เป็นนักบาสเกตบอลอันดับหนึ่งของโลกได้ เพราะไม่ยอมแพ้
  • คุณ…………………. คือคนต่อไป สำเร็จได้ เพราะไม่ยอมแพ้

หัวใจของความสำเร็จนั่นก็คือ การที่คุณไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาฟ้าลิขิต พระเจ้าสร้างชีวิตมาให้คุณแล้ว สร้างมือสองมือมาให้คุณ ก็เพื่อจะบอกให้คุณรู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างนับจากวันที่คุณลืมตาขึ้นมาบนโลกใบนี้ จงไขว่คว้าเอา ตามที่ใจเจ้าปรารถนาด้วยสองมือกระทำ สองตาไตร่ตรอง สองหูแยกแยะ หนึ่งปากนำพาสิ่งดี ๆ สู่ชีวิต ผมเชื่อว่าถ้าคุณนำ 10 เคล็ด(ไม่)ลับนี้ไปใช้ คุณจะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอนในอนาคต  ขอแสดงความยินดีกับว่าที่…

“เศรษฐียุคใหม่  รวย-ดี-มี-สุข ทุกคน”

 

ขอขอบคุณแรงบันดาลใจของเรา
เส้นทางเศรษฐี : Entrepreneur

บทความโดย…

Leader Wings Co., Ltd.

รับความรู้ดี ๆ จาก LEADER WINGS ได้ที่นี่นะครับ >>>  เพิ่มเพื่อน

Pongsathorn Phoonphoem

Pongsathorn Phoonphoem

นักเขียนประจำเว็บไซต์ LeaderWings.co เชี่ยวชาญเรื่องการขายและพัฒนาตนเอง นำเสนอไอเดียที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต และช่วยให้ชีวิตคุณดีขึ้น เจ้าของแฟนเพจ IDEA POPUP By POP PONGSATHORN

More Posts - Website - Facebook

กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เทคนิค Online Marketing 2017
Login/Register access is temporary disabled